ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยข้อมูลตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐล่าสุดที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พบว่าเพิ่มขึ้นในระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี ทำให้คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐในเดือน ก.ค. 2559 ลดลง ซึ่งอาจทำให้มีเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ในระยะสั้นๆได้ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลงอาจกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานในวันนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1420/1446 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา
หุ้นแนะนำ
ERW (6.2): ผลประกอบการ 2Q59 มีลุ้นเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี ERW เป็นหุ้นในกลุ่มโรงแรมที่ได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากที่สุดในกลุ่ม อีกทั้งปีนี้มีวันหยุดยาวหลายวัน ทั้งนี้ปัจจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงแรม
IFEC (7.2) : IFEC จัด site visit ที่รร.ดาราเทวี เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีนักข่าวและนักวิเคราะห์ไปรวมกว่า 40 คน ซึ่งโดยรวมมี feedback ค่อนข้างดี คาดธุรกิจโรงแรมจะปลดหนี้หมดในปีนี้พร้อมจะกระจายหุ้นเข้าตลาด ในส่วนธุรกิจพลังงานทดแทนคาดจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100mw จากปัจจุบัน 39mw ภายในสิ้นปีนี้ และอาจจะมีดีลใหญ่ใน 2-3 เดือนข้างหน้า เราคาดตลาดจะมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิและราคาเป้าหมายขึ้น
CK (35.5) : คาดกำไรไตรมาส 2/59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต
KCE (91) : ได้ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนเนื่องจากส่งออกกว่า 95% และยังมีลุ้นเข้าเทรดในกลุ่ม SET50 กลางปีนี้ อีกทั้งคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 3Q59 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ คลัง ชงครม.อนุมัติร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 7 มิ.ย.นี้ คาดกฎหมายผ่านบอร์ดกฤษฎีกามีผลบังคับใช้ทันที 1 ม.ค. 2560 ยันอัตราจัดเก็บไม่กระทบคนจน โดยกำหนดชัด “มูลค่าบ้าน-ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” ต่ำกว่า 50 ล้านรับการยกเว้น คาดท้องถิ่นจัดเก็บรายได้เพิ่มเป็น 6 หมื่นล้าน หวังนำเงินภาษีสร้างรายได้ท้องถิ่น ไม่ใช่เพราะรัฐบาลถังแตก
+ “รัฐ-เอกชน” ลงทุนระบบสื่อสารโทรคมนาคมเฉียด 4 แสนล้านใน 3 ปี ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดันไทยสู่ดิจิทัล ฮับของอาเซียนภายใน 5 ปี ยกระดับความเป็นอยู่ประชาชน หนุนแผนดึงดูดนักลงทุนของรัฐบาล
- ออมสินผวาหนี้เสียไตรมาสแรกเพิ่มแตะ 4 หมื่นล้าน เงินฝากหด 4 หมื่นล้าน สินเชื่อลดหมื่นล้าน สะท้อนเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น : นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของธนาคาร มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นอีกกว่า 1.11 หมื่นล้านบาท โดยมียอดเอ็นพีแอลคงค้างที่ 4.2 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนที่ 2.21% เมื่อเทียบกับยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมด ถือว่าเป็นยอดหนี้เสียที่เพิ่มสูงขึ้นที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 31.50 จุดหรือ 0.18% สู่ 17,807.06
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันศุกร์ นำโดยหุ้นกลุ่มการเงินหลังรายงานการจ้างงานที่อ่อนแอเกินคาดทำให้เกิดความไม่แน่ใจเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 24.02 จุด หรือ 0.39 % สู่ 6,209.63
ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันศุกร์ ในขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ดีดขึ้น และหุ้นกลุ่มเหมืองโลหะมีค่าได้รับแรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาด
+ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค.ดิ่งลง 55 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 48.62 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 48.33-49.41 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงกว่า 1 % ในวันศุกร์ หลังจากบริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ รายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้น 9 แท่นในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สองในปีนี้







