สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (26 พ.ค.-1 มิ.ย. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลง DJIA -0.4%, DAX -0.0%, CAC ฝรั่งเศส -0.1% และ FTSE -1.1% ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาเชิงบวกไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี, ISM ภาคการผลิต เดือน พ.ค. ปรับตัวขึ้นเป็น 51.3 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ 50.8 จุด และยืนเหนือระดับ 50 จุด เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ส่งผลให้นักลงทุนเชื่อว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้ นอกจากนั้น ยังถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวลงตามราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพื่อรอดูการประชุม OPEC ในวันที่ 2 มิ.ย.
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (26 พ.ค.-1 มิ.ย. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 3.5% ขึ้น แรงเก็งกำไรต่อตลาดหุ้นจีนถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี MSCI หลังทางการประกาศกฎการห้ามการซื้อขาย Trading Halts รวมถึงเกณฑ์อื่น ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของ MSCI กลุ่มหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 พ.ค.-2 มิ.ย. 2559)
SET INDEX ปรับตัวขึ้นทดสอบแนว 1,430 จุด นำโดยการปรับตัวหุ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร รวมไปถึงกลุ่ม ICT อย่าง ADVANC ตอบรับเชิงบวกต่อผลการประมูลคลื่น 900MHz อย่างไรก็ตามแรงขายทำกำไรที่มีมากขึ้น ทำให้ยังไม่สามารถผ่านแนวดังกล่าวไปได้ ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายเป็นไปอย่างหนาแน่นในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากผลของการปรับดัชนี MSCI ทำให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,424.06 จุด เพิ่มขึ้น 26.43 จุด หรือ +1.89% ณ วันที่ 2 มิ.ย.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (3-9 มิ.ย. 2559)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 6 ประเมินโอกาสที่ SET INDEX จะย่อตัวลงหลุดแนว 1,400 จุด มีความเป็นไปได้เช่นกัน เนื่องจากเข้าใกล้วันประชุมเฟดในวันที่ 14-15 มิ.ย. อาจทำให้นักลงทุนทั่วโลกต่างลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อปิดความเสี่ยงดังกล่าวในช่วงสั้น หากเป็นไปตามที่คาด หุ้นหลักในกลุ่ม Global Play อย่างกลุ่มพลังงาน /ปิโตรเคมี อาจเผชิญกับแรงขายทำกำไรต่อเนื่อง อีกทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจได้รับผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าในช่วงสั้น
ขณะที่การประชุมโอเปกที่เกิดขึ้นในวันที่ 2 มิ.ย. เราประเมินว่า จะไม่มีความคืบหน้าเรื่องการกำหนดเพดานการผลิตเหมือนที่เคยตั้งใจไว้ หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และทรงตัวบริเวณ US$45-50/barrel NYMEX ย่อมทำให้ความจำเป็นในการรักษาระดับราคาคลายตัวลง
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามการประชุมครม. วันอังคารที่ 7 มิ.ย. อาจมีการพิจารณาโครงการรถไฟรางคู่อีก 3 เส้นทางที่รอการพิจารณา
2. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะการส่งออก-นำเข้าของจีน และภาวะการจ้างงานของสหรัฐ
ภาพรวมกลยุทธ์การลงทุน เราแนะน ำให้นักลงทุนปรับพอร์ตช่วงสั้น หันมาเน้นเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีประเด็นเชิงบวกเฉพาะตัว หุ้นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่ม Domestic Play อย่างกลุ่มธนาคาร ควรรอซื้อเมื่ออ่อนตัว มากกว่าการไล่ราคาหุ้น เพราะในสัปดาห์หน้าภาพรวมของตลาดหุ้นไทยน่าจะเข้าสู่ช่วงของการพักฐาน ประเมินกรอบแกว่งระหว่าง 1,390-1,420 จุด






