วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“farmfactory” สลัดจานด่วน! ลงทุนด้วย “หัวใจ”

ที่ดินทำเลทองใจกลางเมืองภูเก็ตใครกันจะคิดว่ามีคนหาญกล้าเอามาทำแปลงปลูกผักซะอย่างนั้นนี่คือ“farmfactory”ธุรกิจที่ใช้“หัวใจ”นำทางสู่ความสำเร็จ

เป็นโปรแกรมเมอร์ อดีตนักวิเคราะห์ระบบ เกิดมาในครอบครัวข้าราชการ แถมอยู่ในตระกูล “เอกวานิช” ตระกูลดังของเมืองภูเก็ต ที่โตมาจากการทำเหมืองแร่ดีบุก สู่ธุรกิจท่องเที่ยว และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ญาติพี่น้องส่วนใหญ่ ทำธุรกิจโรงแรม ปล่อยที่ดินให้เช่า แม้แต่ “เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต” ก็อยู่บนที่ดินของตระกูลเขา

แต่ทำไมถึงคิดแหกคอกออกมาเป็น “เกษตรกร” โดยเริ่มจากเงินเก็บออมที่มีอยู่แค่ 3 แสนบาท!   

เรากำลังพูดถึง “อั้น-บุญชะนะ เอกวานิช” คนหนุ่มวัย 29 ปี ผู้ก่อตั้งและCEO ธุรกิจผักปลอดสารพิษ “The Secret Salad Farm” และร้านสลัดคอนเซ็ปต์ Healthy Fast Food “farmfactory” (ฟาร์มแฟคทอรี่) อดีตพนักงานประจำในเมืองกรุง ที่ตัดสินใจลาออกจากงานเมื่อ 4 ปีก่อน เพื่อไปหาอะไรทำในจังหวัดบ้านเกิด “ภูเก็ต” แรงผลักดันสำคัญของเขาคือ ผู้เป็นแม่ต้องเสียชีวิตเพราะปัญหาด้านสุขภาพ(ไตวาย) เลยอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ เป็นแรงขับเบื้องต้น

แต่การเริ่มธุรกิจของคนวัย 24-25 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาอยากปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ แต่ก็ไม่มีความรู้มาก่อน แถมภูเก็ตยังเป็นเมืองฝน 8 แดด 4 มีมรสุมเข้าเป็นระยะๆ สนามปราบเซียนของคนทำเกษตรชัดๆ คนอาจว่าอยู่ในตระกูลดัง คงมีเงินถุงเงินถังมาถลุงเต็มที่ แต่คนหนุ่มสารภาพว่า เขาเริ่มธุรกิจนี้โดยใช้เงินเก็บออมจากสมัยทำงานที่มีอยู่แค่ประมาณ 3 แสนบาท ไม่เคยมีบัตรเครดิต เพราะพ่อแม่ไม่สนับสนุนให้เป็นหนี้ เงินก้อนแรกที่ใช้ลงทุนก็แค่ “2 พันบาท” เท่านั้น!

แต้มต่อเดียวที่มี คือที่ของครอบครัวตรงใจกลางเมืองภูเก็ตและบ่อบาดาลที่ขุดไว้ตั้งแต่สมัยอากง เลยมีแหล่งน้ำให้ทำเกษตรได้ไม่ขาด  

“ผมเริ่มจากเปิดกูเกิล ทำความเข้าใจด้วยตัวเอง อุปกรณ์ก็หาจากข้างบ้านนี่แหล่ะ ฟาร์มทั้งหมด ผมเป็นคนเซ็ตเอง เทปูน เชื่อมเหล็กเอง จากที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต ช่างหนีงานผมก็ทำเอง ทำจนถึงสว่าง แต่ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เพราะเป็น Passion ที่ผมมี ไม่รู้สึกว่ากำลังทำงานอยู่ด้วยซ้ำ กลับรู้สึกว่านี่คือ ความสุข ก็เลยทำไปได้เรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว”

อาวุธรับแรงปะทะโจทย์หนักคือคำสั้นๆ แค่ “การทำในสิ่งที่รัก” เลยทำให้แม้ต้องเจออุปสรรคสุดสาหัส อย่าง ผักมีโรค ปลูกแล้วตาย เจอมรสุมฟาร์มเสียหายทั้งหมด มีผักออกมาเต็ม แต่ไม่มีตลาดให้ปล่อย ต้องไปเปิดท้ายขายต้นละ 10-20 บาท เป็นถึงอดีตนักวิเคราะห์ระบบ คนรู้จักทั้งจังหวัด แต่ต้องมายืนขายผักข้างทาง แถมยังเจอเทศกิจไล่ ฯลฯ โหดขนาดไหนเขาก็เจอมาหมดแล้ว แต่ก็ผ่านมาได้ ด้วยใจที่สู้ และไม่รู้จักคำว่า “ยอมแพ้”

ปลูกผักขายพ่อค้าคนกลางก็มีแต่ถูกกดราคา แถมวันไหนเกิดมาเล่นแง่คิด “ลอยแพ” ทิ้งกัน คนตัวเล็กๆ จะไปต่อกรอะไรได้ แต่ให้เร่ขายผักต่อไปก็ดูจะไม่มีอนาคต ได้เวลารื้อหมากรบกระดานใหม่ คนหนุ่มเริ่มจากกลับมาวิเคราะห์ตัวเอง อะไรคือ “แต้มต่อ” ที่สำคัญที่สุดของเขา คำตอบคือ การมีฟาร์มอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ เซ็นทรัล เฟสติวัล และแมคโคร ภูเก็ต มากที่สุด ทุกฟาร์มในภูเก็ตไม่มีใครใกล้เท่านี้อีกแล้ว ฉะนั้นเรื่อง “โลจิสติกส์” คือข้อได้เปรียบ

เลยเบนเข็มมามุ่งส่งผักเข้าแมคโคร อย่าคิดว่าแค่ใกล้แล้วจะชนะ เพราะเขาต้องใช้เวลาเพียรพยายามอยู่นานถึง 6 เดือน กว่าจะผ่านมาตรฐานหินๆ และได้รับการอนุมัติจากแมคโครได้

ทว่ายังไม่ทันจะได้ฉลองส่งผักล็อตแรก ดันเจอมรสุมหนักซัดฟาร์มเสียหายทั้งหมด! จบกันออเดอร์แรก..

“แปลกนะ ผมเห็นฟาร์มล้มขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร รู้สึกแค่ว่า ทำใหม่ ไม่เป็นไร ก็แค่บททดสอบๆ หนึ่ง ที่จะทำให้เราแข็งแรงขึ้น ผมไปคุยกับแมคโครตรงๆ ว่า เราเจอปัญหานี้ เป็นภัยธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้ ขอความเห็นใจเขาว่า ขยับไปอีกเดือน แล้วจะรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด” เขาบอกวิธีเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยคำว่า ‘ไม่เป็นไร’

ทว่าฟ้าหลังมรสุมก็ดูสดใสขึ้น เมื่อคนหนุ่มสามารถกลับมาพลิกฟื้นธุรกิจ พร้อมปรับปรุงและขยายฟาร์ม จนสามารถส่งผักปลอดสารในชื่อแบรนด์ “The Secret Salad Farm” ให้กับแมคโครภูเก็ตได้ตามคาด ก่อนขยายไปยัง ร้าน “ซุปเปอร์ชีป” ที่มีทั้งสาขาใหญ่และมินิมาร์ท รวมกว่า 50 สาขา พร้อมส่งร้านอาหารและโรงแรมในภูเก็ตอีกจำนวนหนึ่ง จากผักแปลงเล็กๆ กับเงินลงทุนแค่ 2 พันบาท ขยับมาเป็นพื้นที่ปลูกนับ 4 ไร่ มีกำลังการผลิตถึงประมาณ 5 ตัน ต่อสัปดาห์

ในตอนเริ่มต้น ฝันของเขาไม่ได้อยู่ที่แปลงปลูกผัก บุญชะนะสารภาพว่าคือ “ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ” ที่จะเสิร์ฟสุขภาพดีให้กับผู้คนในเมือง ทว่าตอนนั้นทั้ง เด็ก อ่อนประสบการณ์ แถมยังขาดเงินทุน เลยขอเริ่มพิสูจน์ตัวเองด้วยการปลูกผัก จนผ่านมา 3 ปี ถึงได้แตกไลน์สู่ “farmfactory” ร้านสลัดที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์คูลๆ อย่าง “Healthy Fast Food”อาหารจานด่วนของคนรักสลัด ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปีก่อน ความเปรี้ยวของที่นี่ คือทั้งร้าน “ขายแต่สลัด” เสิร์ฟสลัดเป็นอาหารจานหลัก ไม่ใช่เมนูแซมๆ เหมือนร้านอื่นเขา แถมวัตถุดิบยังคัดแต่เกรดพรีเมี่ยม เมนูก็ครีเอทใหม่ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายคือตลาดกลุ่ม B โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่รักสุขภาพ ตามเทรนด์ร้อนของคน พศ.นี้

“มันไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่า สิ่งที่เราคิดจะไปรอด”

เขาสารภาพตรงๆ ก็ร้านแบบนี้มีตัวอย่างให้เห็นในตลาดเสียเมื่อไร คนอื่นเขากระจายความเสี่ยงด้วยการขายหลายๆ เมนู แต่แบรนด์นี้จะเอาดีแค่ “สลัด”

“แต่ผมคิดว่า ถ้าผมชัดเจน ลูกค้าก็ชัดเจนกับผม นี่คือทางของผม ผมชำนาญสลัด ถ้าลูกค้าอยากทานสลัด ก็ตรงมาหาเรา ผมจะไม่หว่านแห แต่จะยูนีค” เขาย้ำชัด

สะท้อนความยูนีค ด้วยการครีเอทกว่า 20 เมนู ในร้าน ด้วยตัวเขาเองล้วนๆ และทุกเมนูไม่มีส่วนผสมของหมู

“ที่นี่ไม่มีหมู เพราะผมอยากทำร้านที่เป็นกลางมากที่สุด ไม่แบ่งเชื้อชาติ ไม่แบ่งอะไรทั้งสิ้น พอวางตัวแบบนี้จะทำให้เรามีโอกาสโตไปได้มากกว่าแค่ประเทศไทย เพราะตลาดมุสลิมก็ไม่ใช่ตลาดเล็ก เป้าหมายของผม farmfactory ต้องโกอินเตอร์ให้ได้” เขาประกาศความมุ่งมั่น

อย่าคิดว่าจะเป็นแค่เรื่องเพ้อๆ หรือไกลตัว ลองดูความสำเร็จจากสาขาแรกที่ เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ที่ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง ถึงขนาดมีลูกค้าเฉลี่ยต่อวันกว่าร้อยราย และส่วนใหญ่ถึง 70% เป็น “ต่างชาติ”

“เหตุผลที่อยากออกไปต่างประเทศ ไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน ประเด็นหลักคืออยากให้รู้ว่า คนไทยก็สามารถสร้างธุรกิจที่เป็นอินเตอร์แบรนด์ได้ อยากให้ทั่วโลกรู้ว่า คนไทยก็เจ๋ง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลายประเทศติดต่อมา ทั้งจากตะวันออกกลาง ยุโรป และเอเชีย แต่เรายังปฏิเสธ เพราะอยากทำตัวเองให้แข็งแรงเสียก่อน” เล่นตัวสวยๆ เพราะพี่ยังไม่พร้อม

จากความสำเร็จในบ้านเกิด farmfactory เข้ามาบุกเมืองหลวงเป็นครั้งแรก โดยเปิดสาขาที่สีลมคอมเพล็กซ์ ตรงทางเชื่อมรถไฟฟ้าพอดิบพอดี ทำเลทองที่หลายแบรนด์อยากได้ โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 4 ล้านบาท เลือกที่นี่เพราะตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด คือคนทำงานในออฟฟิศใจกลางเมือง ซึ่งผลตอบรับก็ไม่ผิดหวัง เมื่อทำลูกค้าได้สูงถึง 500 คนต่อวัน ที่สำคัญ 70% คือ ลูกค้าคนไทย จนวางแผนที่จะเปิดอีกสาขาในปีนี้ ที่สารทรสแควร์ และสาขาต่อไปก็ยังคงเน้น ย่านหนุ่มสาวออฟฟิศ เป็นหลัก 

เลือกทำเลที่ใช่ ใช้กลยุทธ์การตลาดให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าคนเมือง คือเกมรบที่คนหนุ่มใช้ หนึ่งในนั้นคือ การจับมือกับบัตรเครดิต KTC ทำโปรโมชั่นร่วมกัน อย่าง ทุก 1 พันคะแนน แลกส่วนลดได้ 100 บาท เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าได้มาใช้ จนเกิดเป็นกระแสบอกต่อปากต่อปาก สร้างการรับรู้ให้กับร้านแนวๆ ของพวกเขา รวมถึงอยู่ระหว่างการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าไปเสิร์ฟถึงบ้านได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วคลิก! อินเทรนด์เข้าไปอีก

ท่ามกลางการแข่งขันในสนามธุรกิจ คนหนุ่มบอกเราว่า ความแตกต่างเดียวที่เขามีก็คือ “หัวใจ” เขาใส่หัวใจลงไปในธุรกิจ บริหารด้วยใจไม่ใช่ด้วยเงิน และเป้าหมายก็ไม่ใช่กำไรหรือขาดทุน แต่คือ “ความสุข” ที่ได้จากธุรกิจนี้ 

“ผมไม่ได้ใช้เงินทำ แต่ใช้ใจทำ การใช้ใจทำธุรกิจ ก็เหมือนเวลาที่เรารักใครสักคนนั่นแหล่ะ เราก็อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเขา โดยที่ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร เราสามารถทุ่มเท โดยไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่า จะกำไรหรือขาดทุน” เขาว่าอย่างนั้น

เป็นคนรุ่นใหม่ที่ออกมาต่อสู้กับ Passion ของตัวเอง จนฝันเล็กๆ ค่อยๆ เป็นรูปร่างขึ้น คนหนุ่มแบ่งปันบทเรียนให้ฟังว่า ทำธุรกิจต้องเริ่มจากสิ่งที่รัก ถึงจะทำออกมาได้ดี และแตกต่างจากคนอื่น แต่ถ้าเริ่มจากความอยากรวย หรือมีชีวิตสโลว์ไลฟ์ตามกระแสนิยมเขา เชื่อเถอะว่า แบบนั้นจะไปได้ไม่กี่น้ำ เพราะพอเจอปัญหา พลังก็จะหมด สู้ต่อไม่ไหวแล้ว   

ฉะนั้นขอให้เริ่มจาก ทำในสิ่งที่รัก รักในสิ่งที่ทำ และใช้ “หัวใจ” ทำ ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เหมือนที่เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้ว

“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””

Key to success

สูตรธุรกิจ “farmfactory”

๐ เริ่มธุรกิจจากสิ่งที่รัก มีแรงผลักให้สู้ ไม่ทดท้อ

๐ พื้นที่ปลูกผักในเมืองภูเก็ต ได้เปรียบเรื่องการขนส่ง

๐ ชูจุดขาย Healthy Fast Food สนองชีวิตเร่งรีบ

๐ รับเทรนด์คนรักสุขภาพ กินคลีน ชอบออกกำลังกาย

๐ ไม่มีหมูผสม พร้อมส่งออกประเทศมุสลิม และตลาดโลก

๐ ลงทุนไม่เกินตัว มีก็ค่อยขยาย ไม่เร่งรีบ

๐ ไม่ได้ใช้เงินทำ แต่ใช้ “หัวใจ” ทำธุรกิจ