'สรรพสามิต'เร่งสรุปค่าความหวาน ก่อนขึ้นภาษี

"กรมสรรพสามิต" เดินหน้าศึกษาเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง พร้อมหารือกับอย.เพื่อกำหนดค่าความหวานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตยังเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ ในการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่น้ำตาลสูง แต่จะพยายามไม่ให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ โดยขณะนี้ กรมสรรพสามิต กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากการบริโภคน้ำตาลที่สูงเกินไปว่า ในระดับใดที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยได้หารือกับสำนักงานอาหารและยา (อย.) เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลในการตัดสินใจ การพิจารณาเรื่องนี้ นอกจากคำนึงถึงสุขภาพผู้บริโภคแล้ว ยังมองถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้วยว่า จะได้รับผลกระทบอย่างไร ก่อนตัดสินใจดำเนินการ
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง การปรับลดความหวานในเครื่องดื่มลงมาในระยะแรก อาจทำให้คนที่ติดหวานรับไม่ได้ แต่เมื่อมีกฎหมายปรับลดความหวานลงมาแล้ว เชื่อว่าในระยะต่อไปจะทำให้คนเกิดความเคยชิน ปัจจุบันกรมสรรพสามิตกำหนดพิกัดภาษีสรรพสรรพสามิต สำหรับเครื่องดื่มบางประเภท เช่น น้ำอัดลม,น้ำผลไม้ เป็นต้น ซึ่งใช้วิธีจัดเก็บตามปริมาณ หรือมูลค่า หากกรมสรรพสามิต ประกาศเก็บภาษีเพิ่มเติม
สำหรับเครื่องดื่มที่มีความหวานเกินกว่าที่กำหนด ก็เพียงแต่ปรับแก้ไขประกาศท้ายกฎหมาย เพื่อให้เปลี่ยนวิธีการจัดเก็บภาษีจากตามปริมาณหรือมูลค่า เป็นตามปริมาณความหวานแทน แต่หากต้องการขยายขอบเขตการเก็บเครื่องดื่ม หรืออาหารที่มีความหวานสูงอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย ก็ต้องแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ กรมสรรพสามิต ได้พิจารณาเกณฑ์การยกเว้นภาษีสรรพสามิตในสินค้าประเภทเครื่องดื่ม โดยสินค้าเครื่องดื่มที่เข้าข่ายได้รับยกเว้นตามประกาศของอธิบดีกรมสรรพสามิต ต้องเป็นเครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบการเกษตรที่ปลูกและผลิตในประเทศ และต้องไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพผู้ดื่มด้วย
ปัจจุบันมีเครื่องดื่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม 100 รายการ เพราะเข้าเกณฑ์ 2 ข้อโดยต้องเข้าเกณฑ์ ข้อใดข้อหนึ่งตามที่กรมสรรพสามิตกำหนด กล่าวคือ 1. เป็นเครื่องดื่มที่ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบการเกษตรภายในประเทศ ต้องมีสัดส่วนวัตถุดิบการเกษตรภายในประเทศ ตามที่กรมกำหนด และ 2. ต้องเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ โดยผู้ผลิตต้องยื่นเรื่องให้กรมสรรพสามิตเป็นผู้พิจารณา
“เกณฑ์ใหม่ที่เคยพิจารณาสำหรับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม คือ ต้องเข้าเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อ จะเข้าข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ เช่น ปัจจุบัน เครื่องดื่มชาเขียวที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มนั้น ได้เข้าเกณฑ์การใช้วัตถุดิบการเกษตรภายในประเทศเท่านั้น”
ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม แบ่งออกเป็น 3 รายการ คือ 1.เครื่องดื่มประเภทโซดา จัดเก็บในอัตรา 25% หรือ 077 บาทต่อ 440 ซีซี แล้วแต่ว่า เก็บวิธีใดจะทำให้รัฐได้เม็ดภาษีมากกว่ากัน 2.เครื่องดื่มทั่วไป เก็บในอัตรา 20% หรือ 0.37 บาทต่อ 440 ซีซี และ 3. น้ำผลไม้ แบ่งเป็นน้ำผลไม้ทั่วไป เก็บในอัตรา 20% หรือ 0.37 บาทต่อ 440 ซีซี และน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมตามที่กรมกำหนด ได้รับการยกเว้นภาษี







