วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SC - ซื้อ

กำไรสุทธิ 1Q59 เติบโต 194%YoY ยังคงประมาณการทั้งปีตามเดิม

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- กำไรสุทธิ 1Q59 เติบโต 194%YoY แต่ลดลง 43%QoQ : กำไรสุทธิ 1Q59 เท่ากับ 469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194%yoy แต่ลดลง 43%qoq โดยมีรายได้รวม 3,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60%YoY รับอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ แต่ลดลง 34%QoQ จากระดับสูงสุดรายไตรมาสของปี 58 อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการเพื่อขายปรับดีขึ้นเป็น 36.3% จาก 35% ใน4Q59 และ 34.6% ใน1Q58 เนื่องจากส่วนผสมของการโอนคอนโดฯซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าแนวราบสูงถึง 60% ส่วนอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 14% เพิ่มขึ้นจาก 7.7%ใน 1Q58 แต่ต่ำกว่าระดับ 16% ใน 4Q58

- ยอดขาย presale ไตรมาสแรก 18% ของเป้าทั้งปียังทำได้ตามแผน :  ยอดขาย presale ในช่วงไตรมาสแรกทำได้ 2,631 ล้านบาท คิดเป็น 18% ของเป้าทั้งปีที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 3%YoY และ 38%QoQ จากการเปิดขายบ้านเดี่ยวหรู 2 โครงการ คอนโดฯ 1 โครงการ ใน Q2 จะเปิดใหม่โครงการแนวราบ 2 โครงการมูลค่ารวม 1.7 พันล้านบาทได้แก่ VENUE พระราม 5 ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ของปีนี้ ระดับราคา 6-7 ล้านบาทที่ยังมีคู่แข่งน้อย และ PAVE ประชาอุทิศ ระดับราคา 3-4 ล้านบาทจับกลุ่มลูกค้าระดับล่างเป็นโครงการที่ 2 ต่อเนื่อ จากโครงการแรกที่รังสิต Q3 จะเปิดคอนโดฯ 1โครงการ และใน Q4 เปิดอีก 4 โครงการ ปลายปีคาดจะเปิดตัว low rise คอนโดฯแบรนด์ Chamber มูลค่า 1,200 ล้านบาทเป็นเพิ่มเติมจากแผนเดิมเพื่อสามารถโอนได้เร็วและปิดจุดอ่อนเรื่องbacklogรายได้ที่ต่ำในปี 60

- คงประมาณการกำไรปี 59 ตามเดิม : ผู้บริหารยังยืนเป้ายอดขาย presale และเป้ารายได้ทั้งปีที่ 15,000ล้านบาทตามเดิม โดยฉายภาพของ 2Q59 ที่ยังดีต่อเนื่องจากไตรมาสแรกทั้งในแง่การโอนที่ยังรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีใกล้เคียง Q1 และยอดขายที่ยังดีแม้สิ้นสุดมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ทั้งนี้กำไร 1Q59 คิดเป็น 23% ของประมาณการทั้งปี ปลายมี.ค. 59 มียอดขายรอโอน (backlog) ราว 7.6 พันล้านบาทคาดครึ่งหนึ่งจะรับรู้ภายในปีนี้ทำให้ประมาณการรายได้มี backlog รองรับ 54% ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการรายได้และกำไรตามเดิมที่ 1.5 หมื่นล้านบาทและ 2 พันล้านบาทซึ่งเติบโต 8% สำหรับปี 60 คาดรายได้ค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีรายได้ประจำราวปีละ 800 ล้านบาทเนื่องจากอาคารสำนักงานแห่งใหม่จะสร้างเสร็จราวปลายปีนี้และจะเริ่มดำเนินการใน Q1

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 4.40 บาทสำหรับปี 59 : ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวยังดี จากการประเมินมูลค่าพื้นฐานซึ่งอิง Prospect PER ที่ระดับ 9 เท่าได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 4.40 บาทซึ่งยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด เมื่อพิจารณาประกอบกับ Dividend yield ระดับ 6-7% เป็นระดับที่น่าสนใจ จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับลงทุนระยะยาวรับเงินปันผล