ลิปบาล์มออร์แกนิค ในแพคเก็จน่ารักน่าชัง ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์แบรนด์ใหม่ แต่เป็นเครื่องมือระดมทุนช่วยเหลือสังคม ของสองสาวนักเรียนนอก หัวใจจิตอาสา
สองสาวหน้าหวาน วัย 23 ปี แนะนำผลิตภัณฑ์ ลิปบาล์ม บำรุงริมฝีปาก ที่ช่วยกันทำเองกับมือ ให้กับเหล่าผู้ร่วมงาน ‘Cornnection : คน เขา เรา ข้าวโพด’ อยู่ตรง Root Garden ซอยทองหล่อ เมื่อเดือนก่อน
ลิปแท่งเล็ก ในบรรจุภัณฑ์น่ารักน่าชัง มีให้เลือกทั้ง กลิ่น มะลิ วนิลา นม และกุหลาบ แถมยังเป็น “ออร์แกนิค” ปลอดภัยกับผู้ใช้ แต่ขายกันแค่แท่งละ 39 บาท เท่านั้น ที่สำคัญรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย คนทำยังประสงค์ยกให้กับผู้จัดงาน เพื่อนำไปทำประโยชน์ตอบแทนสังคม ตามอุดมการณ์แต่ต้นของพวกเขา
หลังพูดคุยและทักทายกัน เราได้รู้จักกับทั้งสองสาวมากขึ้น คนหนึ่งเป็นสาวไทย ชื่อ “เฟิร์น-ภัทธ์นฤน สอนสุภาพ” ซึ่งกำลังศึกษาในสาขาธุรกิจการตลาด มหาวิทยาลัยแมสซี่ (Massey University) ประเทศนิวซีแลนด์ อีกคนเป็นสาวจีนแท้ ชื่อ “จอยซ์-เสี่ยวตัน หยวน” (Xiaodan Yuan) ผู้เพิ่งจบการศึกษา จาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ประเทศ สหรัฐอเมริกา และปัจจุบันก็กำลังทำงานฟรีแลนซ์ด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิค อยู่ที่ประเทศไทย
ทำไมสาวนักเรียนนอก ถึงแทคทีมกันมาทำอะไรแบบนี้ เฟิร์น บอกเราว่า ได้รู้จักกับจอยซ์ เพื่อนสาวชาวจีน เมื่อปีก่อน ระหว่างเธอกลับมาเมืองไทย และจอยซ์ก็มาท่องเที่ยวพอดี โดยทั้งคู่ไปพักที่โฮสเทลแห่งหนึ่งในกรุงเทพ มีโอกาสพบปะ พูดคุยและทักทายกัน จนรู้สึก “คลิก” ด้วยความชอบที่เหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะชอบทำกิจกรรมเพื่อสังคม และมี “หัวธุรกิจ” ทั้งคู่ โดยเธอเรียนมาทางด้านธุรกิจ เลยอยากมีกิจการเล็กๆ ของตัวเอง ส่วนเพื่อนก็อยากมาทำธุรกิจในประเทศไทย แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อยนิดทั้งคู่ เลยต้องหาเวทีฝึกปรือฝีมือกันก่อน
“พวกเราตั้งใจจะขาย แต่ไม่ได้อยากให้เป็นธุรกิจที่กอบโกยเงินมากมาย ก็แค่หาเวลาว่างมาทำอะไรที่จะได้ประสบการณ์ในการทำธุรกิจ และช่วยสังคมไปด้วย เราอยากมีประสบการณ์ในการขายของ อยากเจอ อยากพูดคุยกับลูกค้า พอดีงานนี้เขาไม่เก็บค่าเช่า ก็เลยจะเอาเงินหลังหักต้นทุนทั้งหมด ไปบริจาคแทนค่าเช่า” พวกเธอบอกความตั้งใจ
ผลพลอยได้ระหว่างเรียนรู้ ‘วิชาธุรกิจ’ เลยเป็นการ ‘ช่วยสังคม’ ไปในตัวด้วย ซึ่งนั่นตอบเป้าหมายแต่ต้นแล้วของคนทั้งคู่
หลังรู้ล่วงหน้าเพียง 3 วัน ว่าจะได้เข้าร่วมงานนี้ จอยซ์ ตัดสินใจชวนเฟิร์นมาทำ “ลิปบาล์ม” ทักษะที่เธอเคยเรียนรู้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม โดยที่เลือกทำเป็นออร์แกนิค 100% เพราะเป็นทั้งความชอบส่วนตัว และมองในมุมธุรกิจว่า ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารเคมี น่าจะขายได้ง่าย และผู้คนน่าจะให้ความสนใจมากกว่าอย่างอื่น ส่วนที่ตั้งราคาขายแค่ 39 บาทนั้น เพราะไม่อยากให้ของราคาแพงเกินไป เพื่อที่ผู้คนจะได้เข้าถึงง่าย
ตอบโจทย์ “ซื้อง่าย ขายเร็ว” แถมยังทอนเงินได้ง่ายอีกด้วย
“วันนี้เอามาแค่ 122 แท่ง ถ้าขายหมด จะได้เงิน 4,758 บาท หักต้นทุนแล้วจะเหลือประมาณ 1,758 บาท ซึ่งทั้งหมดพวกเราจะนำไปบริจาค” พวกเธอบอกความมุ่งมั่น
ความสนใจในการทำอะไรเพื่อสังคมไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น จอยซ์ เล่าให้เราฟังว่า เธอมีโอกาสร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนเข้ามหาวิทยาลัย อย่าง การเข้าร่วมทำเวิร์คช็อปผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคที่โรงเรียน แล้วเอาผลงานเหล่านั้นไปขายเพื่อนำเงินมาช่วยนักศึกษาที่ขาดโอกาส และสร้างโรงเรียนในเขตชนบทที่ห่างไกล เธอว่าตอนนั้นเพิ่งจะแค่ 14-15 ปี เลยยังไม่แน่ใจว่า สิ่งที่ทำนั้นดีพอแล้วหรือเปล่า จนเมื่อเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย ได้เจอคนหลากหลายขึ้น โดยเฉพาะสังคมเอเชียในสหรัฐอเมริกา เลยได้ทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมมากขึ้น โดยมีเป้าหมายคือช่วยเรื่องการศึกษาของคนเอเชีย และจีน บ้านเกิดของเธอ
“สิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก การทำเรื่องพวกนี้เราไม่ได้มองที่จะมาสร้างผลกำไรอะไร แต่เป็นการทำเพื่อผู้คน ทำเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคน ซึ่งรู้สึกมีความสุขมากทุกครั้ง มองว่า การเป็นอาสาสมัคร มันคือ ‘อินไซต์’ เป็นความสุขที่อยู่ข้างในจริงๆ” เธอว่าอย่างนั้น
สาวจีนบอกอีกว่า อนาคตยังไม่มีเป้าหมายอะไรที่พิเศษมากนัก โดยเธอยังคงทำงานฟรีแลนซ์เพื่อหาประสบการณ์ ระหว่างนั้นก็หาลู่ทางลงทุนธุรกิจในประเทศไทยไปด้วย ซึ่งล่าสุดก็ได้ชิมลางทำคอนโดให้เช่า โดยการทำสัญญาเช่าคอนโดระยะสั้น 6 เดือน แล้วนำมาปล่อยเช่าให้กับนักท่องเที่ยวเป็นรายวัน เพื่อเอากำไรจากตรงนั้นมาจ่ายค่าเช่าห้องพักของเธอเอง เหมือนได้อยู่ฟรีตลอดที่อยู่เมืองไทย
ขณะเวลาที่เหลือก็ขอเอาไปทำอะไรที่แตกต่าง อย่างแบ่งมาร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ไม่ว่าจะงานของ NGO ต่างๆ กิจกรรมที่พูดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือเรื่องอาหารยั่งยืน ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นความสนใจส่วนตัวของเธอทั้งนั้น ส่วนอนาคตจะถึงขนาดมีกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ของตัวเองหรือไม่นั้น เธอว่า สนใจ และชอบ แต่ด้วยความที่เพิ่งเรียนจบ ก็คงต้องหาประสบการณ์บนถนนเส้นนี้ไปก่อน เพื่อรอให้ทุกอย่างพร้อมมากกว่านี้
ส่วนเฟิร์น บอกเราว่า การได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ คือประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับเธอ โดยระหว่างศึกษาอยู่ที่นิวซีแลนด์ เธอเองก็มีโอกาสไปเป็นอาสาสมัคร ที่ร้านค้าเพื่อสังคมแห่งหนึ่ง โดยของที่ขายในร้านจะเป็นผลงานของเด็กด้อยโอกาส ขณะที่กำไรทุกบาททุกสตางค์ก็จะคืนให้กับเด็กด้อยโอกาสทั่วโลก เพื่อช่วยแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน
“ตอนอยู่เมืองไทยไม่ค่อยมีโอกาสทำกิจกรรมเพื่อสังคมมากเท่าไร แต่พอไปอยู่เมืองนอก เห็นเพื่อนเขาทำกัน เลยลองไปดูบ้าง ซึ่งก็รู้สึกชอบ และรู้สึกดีที่ได้ทำเรื่องพวกนี้ ขณะเดียวกันยังได้เรียนรู้เรื่องการตลาด และได้สื่อสารกับผู้คนไปด้วย สำหรับต่างประเทศการเป็นอาสาสมัคร มีผลต่อการที่องค์กรต่างๆ จะพิจารณารับเข้าทำงาน ถือเป็นแต้มต่อ และเขาก็ให้คุณค่ามากกับเรื่องเหล่านี้” เธอบอกความสำคัญของการลงมือทำเพื่อสังคม
เฟิร์นมีเวลาอยู่เมืองไทยประมาณ 6 เดือน ก่อนกลับไปศึกษาต่อ เธอบอกแผนว่า จะใช้เวลาที่เหลือนี้ ทำแบรนด์เล็กๆ ของตัวเองขึ้นมา โดยเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค พวกครีมบำรุงผิว และสปา ฯลฯ ที่เน้นส่งออกไปยังตลาดเพื่อนบ้านอาเซียนเป็นหลัก ซึ่งมองว่า ยังมีโอกาส และเติบโตได้
และแม้จะมุ่งทำเป็นธุรกิจ แต่เธอย้ำว่า ต้องเป็นธุรกิจที่ดี โดยผลิตภัณฑ์ต้องปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง ที่สำคัญหากมีโอกาสก็อยากคืนกำไรให้กับสังคมด้วย
จากการเปิดใจทักทายเพื่อนต่างชาติในวันนั้น ทำให้เด็กไทยคนหนึ่ง ถูกชักจูงมาทำอะไรดีๆ เพื่อสังคม โลกใบเล็กของเธอ จึงกลายเป็นโลกใบใหม่ที่กว้างใหญ่ขึ้น
โลกของคนหัวใจอาสา ที่ออกมาทำอะไรดีๆ เพื่อสังคม เพื่อสร้างความสุขเล็กๆ ให้งอกงามอยู่ข้างในตัวของพวกเขา





