วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAT - ซื้อ

คำสั่งซื้อชะลอตัว ฉุดประมาณการกำไร

ประเด็นการลงทุน

เราปรับลดประมารรการยอดขายปี 2559 ลง 8% เหลือ 8.4 พันล้านบาท หลังจากคำสั่งซื้อที่ชะลอตัวจาก Hino ในการผลิตเพลาขับสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่และชิ้นส่วนรถยนต์ที่หดตัวจากรถแทรคเตอร์คูโบต้า รวมถึง Mitsubishi ในปี 2559 เนื่องจากผลกระทจากปัญหาภัยแล้งและกำลังซื้อที่อ่อนตัว ต่อเนื่อง ซึ่งมีผลให้การซื้อรถชะลอตัวลง การลดลงของยอดสั่งซื้อดังกล่าวเป็นปัจจับลบให้ เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2559 ลง 23% เหลือเพียง 600 ล้านบาท เราคาด SAT น่าจะลดกำลังการผลิต (Utilization rate) ลงเหลือ 58% ในปี 2559 เทียบกับ 62% ในปีก่อนหน้า และจากที่เราประมาณการไว้ก่อนหน้าที่ 65% การปรับลดประมาณการกำไรล่าสุดของปี 2559 หนุนให้เราปรับราคาเป้าหมายปี 2559 ใหม่เหลือ 16.8 บาท อ้างอิงจากค่า PE ปี 2559 ที่ 12 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และคาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2559

กำไรไตรมาสแรกลดลง YoY

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 อยู่ที่ 152 ล้านบาท ลดลง 21% YoY และ 25% QoQ เนื่องจากการลดลงของยอดขาย YoY เราคาดยอดขายไตรมาส 1/59 ลดลง 10% YoY ที่ 2.2 พันล้านบาท เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15.0% ลดลงจาก 15.5% ของช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า เนื่องจากปริมาณขายที่ลดลง จากการแข่งขันด้านราคาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจากการลงทุนใหม่ที่สูงขึ้น

ยอดสั่งซื้อชะลอตัวฉุดประมาณการยอดขายทั้งปีลง 8%

ผู้บริหาร SAT กล่าวว่า บริษัทน่าจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายเติบโต 3-5% ได้ โดยผู้บริหารคาดว่า ยอดขายปี 2559 ลดลง 3% เนื่องจากยอดสั่งซื้อเพลาขับที่ชะลอตัวจาก Hino (รถบรรทุกขนาดใหญ่) และยอดสั่งซื้อที่หดตวจากคูโบต้า บริษัทคาดปริมาณการผลิตรถยนต์ทั่วประเทศปี 2559 อยู่ที่ 1.9 ล้านคัน (ทรงตัว YoY) ทั้งนี้ บริษัทคาดจะสามารถผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สำหรับรถรรทุกขนาดใหญ่ให้กับ Hino (สำหรับส่งออก) และพาหนะทางการเกษตรสำหรับคูโบต้า (รถแทรคเตอร์ จาก 67,000 คัน ในปี 2558 เป็น 68,000 คันในปี 2559) เราปรับลดประมาณการยอดขายปี 2559 ลง 8% YoY ซึ่งต่ำกว่าที่ผู้บริหารประมาณการ บริษัทตั้งเป้าค่าใช้จ่ายในการลงทุนทั้งปีที่ 500 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วที่ 390 ล้านบาท

ปรับลดกำลังการผลิตเองจากยอดสั่งซื้อที่ชะลอตัว

บริษัทน่าจะชะลอการผลิตสำหรับสายการผลิตใหม่ ซึ่งผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่และคำสั่งซื้อจากโตโยต้า, คูโบต้าและมิตซูบิชิ โดยคำสั่งซื้อใหม่เหล่านี้คาดเลื่อนจากครึ่งแรกของปี 2559 เป็นครึ่งหลังของปี 2559 ดังนั้น บริษัทน่าจะลดกำลังการผลิตลงสำหรับทั้งปีเพื่อให้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง 8% บริษัทคาดว่า กำลังการผลิตปี 2559 จะอยู่ที่ 58-60% (เทียบกับ 62% ในปี 2558) และเราคาด กำลังการผลิตในปี 2559 น่าจะอยู่ที่ 58%


ปรับลดอัตรากำไรสุทธิลง 7-8% จากก่อนหน้าที่ 8.6%

จากเป้าหมายยอดขายและประสิทธิภาพที่ลดลงในปี 2559 เราคาด อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14-15% (เทียบกับเป้าหมายก่อนหน้าที่ 15-16% ) เราตั้งสมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมว่า อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.5% และอัตรกำไรสุทธิอยู่ที่ 7.2% สำหรับทั้งปี ตามลำดับจาก 14.5% และ 7.4% ตามลำดับ สำหรับปีที่ผ่านมา เรามองว่า ยังมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มประมาณการกำไร หาก SAT รายงานอัตรากำไรสุทธิปี 2559 สูงกว่าเป้าหมาย จากยอดสั่งซื้อที่ดีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2559