ตัวเลขข้อมูลที่ไม่ดีไม่แย่จนเกินไปอีกครั้ง
คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ตามการปรับตัวขึ้นในระดับปานกลางของตลาดวอลล์สตรีท ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นหลังเกิดไฟป่าในประเทศแคนาดาคาดจะช่วยสนับสนุนหุ้นพลังงานในระยะสั้น ข้อมูลการจ้างงานหลักของสหรัฐที่ยังอ่อนแอไม่ได้ทำผิดหวังทั้งหมดเนื่องจากในรายละเอียดของข้อมูลค่าจ้างแรงงานยังมีเรื่องภาวะเงินเฟ้อให้เฟดเป็นกังวล ตัวเลขทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนล่าสุดที่ขยายตัวมากกว่าคาดช่วยลดความกังวลของเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ ปัจจัยภายในประเทศ รองนายกสมคิดคาดว่าจีดีพีไทยไตรมาส 1/59 จะเติบโตใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของแบงค์ชาติซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ตลาด และยังมีข่าวเชิงบวกจากการเจรจาดีลแลกข้าวจีทูจีกับจีนในสัปดาห์นี้
หุ้นเด่นวันนี้: SCCC (ราคาปิด 317.00 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย Bloomberg 360.60 บาท)
เราคาดหวังการฟื้นตัวของผลประกอบการของบมจ. ปูนซีเมนต์นครหลวงในปีนี้หลังจากที่เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในเชิงบวกตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศเริ่มฟื้นตัวเป็นครั้งแรกในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว และสูงขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ ผลประกอบการของบมจ. ปูนซีเมนต์ไทย (SCC) ในธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างงวด 1Q59 ล่าสุดที่ประกาศออกมาเห็นการฟื้นตัวช่วยสะท้อนมุมมองในเรื่องนี้ของเรา การฟื้นตัวจะเริ่มชัดเจนมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังจากการเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ต่างๆ ซึ่งจะช่วยหนุนให้เกิดความต้องการใช้ปูนซีเมนต์เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ตลาดส่งออกปูนซีเมนต์ของบริษัทฯ ยังคงมีแนวโน้มสดใสในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV จากแผนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่ยังขาดแคลนในประเทศที่กำลังเติบโตเหล่านี้ ประมาณการกำไรสุทธิของเราปีนี้ในเชิงอนุรักษ์นิยมที่คาดว่ากำไรจะเพียงทรงตัว YoYก่อนจะฟื้นตัวเต็มที่ในปีหน้า 12% YoYอาจถูกปรับสูงขึ้นหลังจากบริษัทฯ ประกาศผลประกอบการออกมา ราคาหุ้นปัจจุบันยังมีความน่าสนใจ โดยซื้อขายที่ระดับ PER ปีนี้ที่ 16.0 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีต 5 ปีที่ 20.0 เท่า และยังให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.6% ต่อปี ในส่วนของ Price Pattern ของ SCCC อยู่ในช่วงของการปรับฐานระยะสั้นหลังจากเกิด Daily Sell Signal ครั้งใหม่ ขณะที่สัญญาณในรายสัปดาห์และรายเดือนยังคงเป็น Weekly Buy Signal, และ Monthly Sell Signal ตามลำดับ ทั้งนี้ Price Pattern ของ SCCC จะกลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่และจบการปรับฐานเมื่อสามารถปิดตลาดได้เหนือ 324 บาท โดยคาดว่า Price Pattern ของ SCCC จะปรับตัวขึ้นต่อเพื่อไปทดสอบเป้าหมายเบื้องต้นที่ 358 บาท (แนวต้าน: 319.00, 321.00, 325.00; แนวรับ: 315.00, 313.00, 309.00)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• คาดจีดีพีไทยไตรมาส 1/59 เติบโต 2.9% กล่าวโดย รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีน่าจะเติบโตได้ 2.8-2.9% สนับสนุนโดยภาคการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งและการใช้จ่ายของรัฐบาล รองนายกฯ ยังกล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการเติบโตของการส่งออกในเดือน ก.พ. และ มี.ค. ขณะที่ ภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจชนบทไม่เป็นที่กังวลเนื่องจากรัฐบาลมีโครงการมากมายที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคและช่วยลดปัญหาความเดือดร้อนในชนบท (Bangkok Post)
• ผลักดันดีลจีทูจีแลกข้าวกับจีน นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว. กระทรวงพาณิชย์ จะเดินทางไปยังประเทศจีนในสัปดาห์นี้เพื่อเซ็นสัญญาแลกข้าว 1 ล้านตันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงชิโนไทย แม้ว่ารัฐบาลไทยจะตัดสินใจลงทุนในโครงการดังกล่าวเพียงผู้เดียว แต่ยังคงมีข้อตกลงเพื่อความเข้าใจสำหรับการแลกสินค้าข้าวของไทยอยู่ (Bangkok Post)
• สมาคมธนาคารไทยปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ รวมถึงการไม่คิดค่าธรรมเนียมบริการสำหรับธุรกรรมระหว่างธนาคารและข้ามเขต คาดว่าโครงสร้างใหม่จะนำมาใช้หลังจากเริ่มบังคับใช้มาตรการการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ยังต้องรอการอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย (Bangkok Post)
• ความคืบหน้าการพัฒนากลุ่มธุรกิจอาหาร รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวว่า รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ข้อสรุปแผนพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและศูนย์กลางนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าแก่ผลผลิตทางการเกษตรของไทยที่มีอยู่จำนวนมาก และมีแนวโน้มจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติเร็วๆ นี้ (Bangkok Post)
• ADVANC (154.50 บาท, ซื้อ, ราคาเป้าหมาย 213 บาท) เบื้องต้นได้ตัดสินใจไม่เข้าร่วมข้อตกลงเช่าเครือข่ายกับ TRUE (7.40 บาท) ระบุว่าเงื่อนไขของดีลนั้นไม่เป็นธรรม (Bangkok Post) ความเห็น: การที่ดีลล้มหมายถึงว่าเอไอเอสไม่ต้องเสียค่าโรมมิ่งระหว่างช่วงคงลูกค้า ถือว่าเป็นข่าวบวก
• DTAC (33.50 บาท, ซื้อ, ราคาเป้าหมาย 39 บาท) กับ กสท.โทรคมนาคมวางแผนที่จะจบข้อพิพาท 10 ประเด็นบนความเป็นเจ้าของเสาโทรคม 9 พันเสาภายใต้สัมปทานด้วยการจัดตั้งธุรกิจร่วมทุนเพื่อบริหารจัดการเสา กสท.โทรคมจะถือหุ้น 51% ใน JV นี้ส่วน DTAC จะถือในส่วนที่เหลือ แผนนี้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการร่วมลงทุนรัฐ-เอกชนภายใต้ พ.ร.บ.ร่วมทุนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (The Nation)ความเห็น: จากดีลนี้ DTAC น่าจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ กสท. และน่าจะได้รับการสนับสนุนโดย กสท.ในการขยายธุรกิจ 4G
• IRPC(4.96 บ.) รายงานกำไรสุทธิงวด 1Q59 อยู่ที่ 3.0 พันลบ. (+20% QoQ, -35% YoY) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ (Bloomberg consensus) ที่ 2.3 พันลบ. ถึง 30% เนื่องจากบันทึกการใช้ประโยชน์ทางภาษี Deferred tax asset ที่มากกว่าคาด ขณะที่ผลการดำเนินหลักเป็นไปตามที่ตลาดคาด (SET)
• SITHAI (2.12 บ.) ตั้งงบลงทุน 1.3 พันลบ. ปีนี้ สำหรับขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น บมจ. ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ตั้งเป้ารายได้เติบโตหนึ่งเท่าตัวเป็น 2 หมื่นลบ. ภายในปี 2563 จาก 9.9 พันลบ. ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของรายได้ทั้งหมดจากปัจจุบันอยู่ที่ 30% สนับสนุนโดยอินเดียและเวียดนาม สำหรับปี 2559 SITHAI คาดว่ารายได้จะเติบโต 6-8% ตามปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น (Bangkok Post)
ต่างประเทศ
• ไฟป่าครั้งใหญ่สุดของแคนาดา ไฟป่าที่รัฐอัลเบอร์ต้ายังอยู่ในภาวะอันตรายในช่วงวันหยุด – โดยทางการกล่าวว่าไฟป่าอาจลามขยายพื้นที่เป็นสองเท่าภายใน 24 ชม. มีรายงานจากรอยเตอร์สว่าผู้ผลิตน้ำมันดิบจากทรายน้ำมันอย่างน้อยที่สุด 10 รายได้ลดกำลังการผลิตเนื่องจากไฟป่าดังกล่าว โดยในสัปดาห์นี้มีน้ำมันมากถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือประมาณ 1 ใน 4 ของการผลิตน้ำมันในแคนาดาได้ถูกระงับการผลิต (Reuters)ความเห็น: การลดปริมาณการผลิตน้ำมันอาจดันให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นในระยะสั้น
• ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากความเห็นจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดทำให้นักลงทุนบางรายเชื่อว่าเฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดแม้ว่าข้อมูลการจ้างงานในเดือนเม.ย. จะต่ำกว่าประมาณการก็ตาม นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์คกล่าวว่าเป็นการสมเหตุสมผลที่จะคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2559 ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ล่าสุดปิดเพิ่มขึ้น 0.1% อยู่ที่ 93.857 จุด โดยลดลงถึง 0.6% ในช่วงแรกของการซื้อขาย (Reuters)
สหรัฐ:
• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวจากที่ปรับลดก่อนหน้านี้มาปิดบวกในวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าข้อมูลการจ้างงานไม่น่าผิดหวังมากเท่าที่คิดในตอนแรก จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานสหัฐ การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และตำแหน่งงานในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับแต่เดือนก.ย. ปีก่อน (Reuters)
• ข้อมูลการจ้างงานออกมาแบบผสมผสาน การเพิ่มขึ้นของตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร แตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนแต่ทั้งรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงและจำนวนชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์กลับเพิ่มขึ้น ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 160,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 202,000 ตำแหน่ง และต่ำกว่าตัวเลขในเดือนมี.ค. ที่ 208,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ทั้งนี้ ตัวเลขในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าการเติบโตเฉลี่ยรายเดือนในไตรมาส 1/59 ที่ 200,000 ตำแหน่ง รายได้ต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% ส่วนจำนวนชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์ขยับสูงขึ้นและเป็นไปตามคาดการณ์ของตลาดที่ 34.5 ชม. เทียบกับ 34.4 ชม. ในเดือนมี.ค. (Reuters) ความเห็น: ถึงแม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะผิดจากที่ตลาดคาดการณ์ แต่รายได้ต่อชั่วโมงและจำนวนชั่วโมงทำงานที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เป็นที่น่าพอใจของเฟด
ยุโรป:
• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันศุกร์ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะราคาหุ้น ArcelorMittalซึ่งประกอบธุรกิจผลิตเหล็ก และ Man Group ซึ่งเป็นกองทุนป้องกันความเสี่ยง (Hedge fund) ที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด (Reuters)
• จับตาข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญในกลุ่มยูโรโซนในช่วงสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซนที่จะประกาศในวันพฤหัสบดี ขณะที่ในวันศุกร์จะมีการประกาศตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของ GDP ยูโรโซนงวด 1Q59 และตัวเลขเงินเฟ้อเยอรมนี (Reuters)
เอเชีย:
• ข้อมูลการค้าจีนน่าผิดหวัง: ข้อมูลการค้าของจีนในเดือนเมษายนซึ่งประกาศออกมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แสดงยอดนำเข้าและส่งออกที่อ่อนแอกว่าคาดการณ์ การส่งออกของเดือนเมษายนหดตัว 1.8%YoYแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ ว่าจะหดตัวเพียง 0.1% ยอดนำเข้าหดตัว 10.9%YoY เทียบกับความคาดหวังของตลาดที่มองว่าจะหดตัว 5.0%YoYอย่างไรก็ตาม จีนยังคงเกินดุลการค้า 4.556 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนเมษายน ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะเกินดุลเพียง 4.0 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ (Reuters)
• FX reserve หรือทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของจีนดีขึ้นกว่าคาดจีนแจ้งข้อมูล FX reserve ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ดีกว่าที่คาดไว้ โดย FX reserve เพิ่มขึ้นเป็น 3.23 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนเมษายน จาก 3.21 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ใน เดือนมีนาคม ขณะที่ตลาดคาดหวังว่าอาจจะลดลงต่อเป็นเดือนที่สองไปอยู่ที่ 3.20 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง แสดงให้เห็นถึงทางการจีนไม่ได้มีการแทรกแซงมากนัก ทั้งที่มีทุนไหลออกจำนวนมากในช่วงปลาย ปี 2558 ถึงต้นปี 2559 (Reuters)
• ตลาดการเงินญี่ปุ่นกลับมาเปิดทำการหลัง วันหยุด Golden Week ทางการญี่ปุ่นยังคงมีความกังวลการแข็งค่าเงินเยนในทิศทางเดียวกันต่อไป ซึ่งจะทำให้เกิดความประหลาดใจต่อการไม่เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจโดย BOJ (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นวันศุกร์ หนุนโดยการร่วงของค่าเงินดอลลาร์ช่วงต้น และจากการลดลงของการผลิตน้ำมันแคนาดาถึง 1 ใน 3 แต่ Brent ยังปิดลบแรงรายสัปดาห์ในรอบ 4 เดือนเพราะนักลงทุนขายทำกำไรจากการที่ราคาวิ่งขึ้นไปเดือน เม.ย. Brent ปรับขึ้น 36 เซนต์ (+0.8%) ปิดที่ 45.37 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันสหรัฐเพิ่มขึ้น 53 เซนต์ (+0.8%) ปิดที่ 44.66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)
• ราคาทองบวก 1% ในวันศุกร์ หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร เม.ย. อ่อนแอกว่าคาด หนุนให้เกิดการเก็งว่า Fed จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองคำตลาดจรบวกแตะจุดสูงสุดที่ 1,295.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตัวเลขออกมาและปิดบวก 0.8% ที่1,287.51 ดอลลาร์ รายสัปดาห์ยังปิดลงเล็กน้อย 0.5% สวนทางกับสัปดาห์ที่แล้วที่บวกมากสุดนับแต่ต้น ก.พ. ราคาทองคำล่วงหน้า มิ.ย. บวก 1.7% ปิดที่ 1,294 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Reuters)









