แนวโน้มกำไรหลักแข็งแกร่งขึ้น
ประเด็นการลงทุน
แนวโน้มกำไรเติบโตตลอดปี 2559 จากส่วนต่างราคาที่ขยายตัวและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นสำหรับ IVL นอกจากนี้อาจมีอัพไซด์ต่อกำไรระยะยาวของบริษัทจากการเข้าซื้อกิจการ ทั้งนี้ราคาอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจ ราคาปัจจุบันที่ระดับ PBV ณ สิ้นปี 2559 ที่ 1.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 2.1 เท่าอยู่ 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ 1.8 เท่า
คาดกำไรหลักไตรมาส 1/59 แตะจุดต่ำสุดในปีนี้
เราคาด IVL จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 366 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 47% YoY แต่ลดลง 42% QoQ หากไม่รวมรายการขาดทุนสต็อกสินค้ามูลค่า 600 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 1/59 คาดว่าจะอยู่ที่ 966 ล้านบาท ลดลง 44% YoY และ 42% QoQ ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรหลักหดตัวได้แก่ 1) ส่วนแบ่งกำไรจากโรงงาน MEG ในประเทศสหรัฐที่ลดลง (จากการปิดซ่อมบำรุง 1.5 เดือน) และ 2) ส่วนต่างราคารวมที่หดตัวลง
แม้โรงงาน MEG จะมีการปิดซ่อมบำรุง แต่เราคาดปริมาณขายในไตรมาส 1/59 จะทรงตัว QoQ (เพิ่มขึ้น 10% YoY) อยู่ที่ 1.8 ล้านตัน จากปริมาณขายของ PET (ในช่วงไฮซีซั่น) และ PTA (กลับมาดำเนินการหลังปิดซ่อมบำรุงไปในไตรมาส 4/58) ที่เพิ่มขึ้นชดเชยกำลังการผลิตของ MEG ที่ขาดหายไปในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ตามกำไรหลักก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคาต่อตันคาดหดตัวลง 22% YoY และ 10% QoQ มาอยู่ที่ 75 เหรียญ จากส่วนต่างราคา PET ที่อ่อนตัวลงและส่วนแบ่งกำไรจากโรงงาน MEG ที่ลดลง ซึ่งปกติเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนต่างราคาประมาณ 500 เหรียญสหรัฐต่อตัน เมื่อเทียบกับส่วนต่างราคาเม็ดพลาสติ PET (ฝั่งตะวันออก) ที่ประมาณ 200 เหรียญสหรัฐต่อตัน (ดูรายละเอียดในรูปที่ 1 และ 2)
กำไรจากการเข้าซื้อกิจการ...อัพไซด์ต่อกำไรสุทธิในไตรมาส 1/59
IVL ได้เข้าซื้อกิจการ BP Amoco Chemical Company (BP) ในรัฐอะลาบามา ประเทศสหรัฐฯ เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2559 เราคาด IVL จะบันทึกกำไรพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวในไตรมาส 1/59 เนื่องจากที่ผ่านมา IVL ส่วนใหญ่จะเข้าซื้อกิจการในราคาส่วนลด เราจึงมองปัจจัยดังกล่าวจะเป็นอัพไซด์ต่อกำไรสุทธิในไตรมาส 1/59 โดยเราประเมินคร่าวๆว่ากำไรพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการ BP จะอยู่ที่ 1 พันล้านบาท
คาดกำไรหลักไตรมาส 2/59 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง QoQ
กำไรหลักไตรมาส 2/59 ของ IVL คาดเติบโต QoQ หนุนโดยปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและส่วนต่างราคาที่ขยายตัว (จากช่วงไฮซีซั่นของเม็ดพลาสติก PET) ปริมาณขาย ของ IVL คาดเติบโต 17% QoQ มาอยู่ที่ 2.1 ล้านตันในไตรมาส 2/59 หนุนโดยกำลังการผลิตจากโรงงาน MEG ที่ดำเนินการ 2.5 เดือนในไตรมาสดังกล่าว, การรับรู้ยอดขายของ Micropet เต็มไตรมาส (การเข้าซื้อเสร็จนสิ้นในเดือน ธ.ค. 2558), การรับรู้รายได้จาก BP (ในสหรัฐฯ) เต็มไตรมาส, ส่วนแบ่งกำไรจาก Cepsa Spain (การเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้นในช่วงต้นเดือน เม.ย.) นอกจากนี้ปริมาณขาย PET มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น QoQ จากอุปสงค์ในช่วงไฮซีซั่น พร้อมกันนี้ส่วนต่างราคารวมของบริษัทในไตรมาส 2/59 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากส่วนแบ่งกำไรธรุกิจ MEG ที่เพิ่มขึ้นและส่วนต่างราคา PET ที่ขยายตัว อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรหลักไตรมาส 2/59 จะทรงตัว YoY เนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจะชดเชยส่วนต่างราคารวมของบริษัทที่อ่อนตัวลง

