วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (4 พ.ค.59)

ความกังวลเศรษฐกิจโลกกลับมา

คาดหุ้นไทยปรับตัวลงวันนี้ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นโลก จากตัวเลขสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมของจีนและอังกฤษที่อ่อนแอการที่สหภาพยุโรปปรับประมาณการอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนลง และธนาคารกลางออสเตรเลียลดดอกเบี้ยผิดคาด ซึ่งทำให้ตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก แล้วลดการลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงกลับไปเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำ เช่นตัวเงินคลังสหรัฐและเงินเยนแทน ปัจจัยภายในประเทศวันนี้ที่สำคัญก็เป็นลบ ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนเม.ย.ที่ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ผู้ค้าปลีกกำลังกังวลกับปริมาณค้าปลีกที่ชะลอตัวและเรียกร้องมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาล


หุ้นเด่นวันนี้: RS (Bt12.40; NR, ราคาเป้าหมาย Bloomberg ปี 59 12.93 บาท)

บมจ. อาร์เอส มีแนวโน้มผลประกอบการสดใสในปีนี้สำหรับทุกหน่วยธุรกิจของบริษัท โดยบริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ปีนี้จะสามารถเติบโต ~10% YoYสนับสนุนโดยธุรกิจดิจิตอลทีวีช่อง 8 ที่สามารถยังสามารถประคองเรตติ้งได้ที่ 0.505 ในเดือนมี.ค.59 ดีขึ้นจาก 0.41 ในเดือน มี.ค. 58 บริษัทยังมุ่งหมายปั้นธุรกิจเทเลเซล หรือ ขายสินค้าสุขภาพและความงามผ่านรายการทางช่อง RS ซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของสินค้าเองโดยได้ตั้งเป้ายอดขายของธุรกิจดังกล่าวจะเติบโตได้ 65% ในปีนี้ นอกจากนี้ ผลประกอบการของ RS งวดไตรมาส 1/59 ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ทั้ง QoQและ YoYสวนกระแสงบโฆษณาที่อ่อนตัวโดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้เพิ่มเติมจากการรับจัดกิจกรรมทางการตลาด และงานคอนเสิร์ต์ใหญ่ The Next Venture ในวันที่ 6 มี.ค. ช่วยสร้างรายได้ขายตั๋วและสปอนเซอร์เข้ามาเพิ่มเติม จากค่าเฉลี่ยการคาดการณ์ที่สำรวจโดย Bloomberg กำไรจากการดำเนินงานของ RS จะเติบโต 141% ในปีนี้และ 57% ในปี 2560 รูปแบบราคาของ RS ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นจากสัญญาณซื้อทั้งรายวัน รายเดือนและรายสัปดาห์ ราคาหุ้นน่าจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 13.40 บาท จุดตัดขาดทุนอยู่ที่ 12.00 บาท (แนวต้าน: 12.60, 12.80, 13.00; แนวรับ: 12.30, 12.10, 11.90)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ความเชื่อมั่นผู้บริโภคแตะจุดต่ำสุดรอบ 7 เดือนใน เม.ย.หอการค้าไทยรายงานตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย. ที่ 72.7 จุด เทียบกับ มี.ค.ที่ 73.5 จุดซึ่งลดลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันและแตะจุดต่ำสุดรอบ 7 เดือน หอการค้าฯ ระบุว่าคนยังระมัดระวังการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ช้ากว่าที่คาด ภัยแล้งเป็นวงกว้างและผลผลิตราคาต่ำ ตลอดจนเศรษฐกิจที่ชะงัก (Bangkok Post)

• ภาคค้าปลีกหวังมาตรการกระตุ้นจากรัฐสมาคมผู้ค้าปลีกไทยคาดว่าหมวดค้าปลีกจะเติบโตแค่เพียง 2.8% ในปีนี้เทียบกับเติบโต 8% ต่อปีในช่วงปี 45-55 และ 3% ต่อปีในปี 55-57 โดยน่าจะถูกกดดันจากการบริโภคที่ลดลงของผู้มีรายได้ปานกลางถึงต่ำซึ่งพึ่งพารายได้จากภาคเกษตร สมาคมฯ ยังแนะว่ารัฐควรมีมาตรการช่วยเหลือภาคค้าปลีก เช่น กองทุนหมู่บ้านสำหรับผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย นโยบายท่องเที่ยวแบบชอปปิ้งที่ทำให้ไทยเป็นจุดหมายในการชอปปิ้งเพื่อดึงดูดการบริโภคของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ (The Nation)

• ใช้ ม.44 เร่งโครงสร้างพื้นฐานสุวรรณภูมิ รัฐอยู่ระหว่างพิจารณาใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อเร่งอนุมัติรันเวย์ใหม่ของสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงความคืบหน้าการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการการบิน (Bangkok Post)


ต่างประเทศ

• ความต้องการพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรลดลงในวันอังคารสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์หลังการประกาศข้อมูลภาคการผลิตของจีนที่อ่อนแอและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในออสเตรเลียอย่างไม่คาดคิดได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกซึ่งกระตุ้นความต้องการพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. ราคาพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 20/32 ผลตอบแทน 1.798% ลดลงจาก 1.865% เมื่อวันจันทร์และ 1.941% เมื่อวันอาคารที่แล้ว (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าระหว่างการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐขยับขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดรายหนึ่งชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2559 ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ซึ่งวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นอีก 6 สกุล ปิดเพิ่มขึ้น 0.3% หลังแตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือนในช่วงแรกของการซื้อขาย ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 วัน (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงเมื่อวันอังคาร หลังการประกาศข้อมูลภาคการผลิตของจีนและยุโรปก่อให้เกิดความกังวลอีกครั้งเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนราคาน้ำมันลดลงเป็นวันที่สองได้ฉุดราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน การประกาศข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับการจ้างงานนอกภาคเกษตรรายเดือนของสหรัฐซึ่งมีกำหนดประกาศในวันศุกร์นี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน ข้อมูลเศรษฐกิจสหรับแสดงถึงการเติบโตชะลอตัวของจีดีพีในไตรมาส 1/59 ภาวะเงินเฟ้อชะลอตัว (Reuters)

• สหรัฐอาจมองถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มากรวมทั้งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐหากอังกฤษลงคะแนนเสียงเพื่อออกจากกลุ่มอียู จากคำกล่าวของนายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตาเมื่อวันอังคาร ทั้งนี้ นายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกได้ย้ำความเห็นของเขาว่าเศรษฐกิจสหรัฐพร้อมสำหรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่ปักธงในเรื่องความเสี่ยงในราคาสินทรัพย์ที่ลดลงมากซึ่งเป็นผลที่จะตามมา (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันอังคารปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ โดยราคาหุ้น Commerzbank ปรับตัวลดลงหลังรายงานกำไรสุทธิปรับตัวลดลง ขณะที่หุ้นกลุ่มสินแร่ปรับตัวลดลงตามทิศทางราคาโลหะ (Reuters)

• EU หั่นคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจยูโรโซนปีนี้ลงเหลือ 1.6%จากเดิมที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือน ก.พ. ที่ 1.7% ซึ่งหมายความว่าการขยายตัวในปีนี้จะน้อยกว่าเมื่อปีที่แล้วที่ขยายตัว 1.7% ซึ่งมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังไม่ขยายตัวตามเป้า รวมถึงความเสี่ยงทางด้านศรษฐกิจจากทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 1.8% ในปีหน้า ลดลง 0.1% จากคาดการณ์ครั้งก่อน (Reuters)

• กิจกรรมภาคการผลิตอังกฤษเดือน เม.ย. หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีจากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปที่ทำให้กิจกรรมการผลิตต่างๆ ต้องชะลอลง โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของอังกฤษ (จัดทำโดย Markit/CIPS) เดือน เม.ย. อยู่ที่ 49.2 ลดลงจาก 50.7 ในเดือน มี.ค. ซึงผิดจากที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าจะสามารถยืนเหนือระดับ 50 ได้อยู่ที่ 51.2(Reuters)

• โพลสำรวจชี้เสียงโหวตให้อังกฤษออกจาก EU แซงหน้าสูงขึ้นICM poll ระบุว่า 44% ของประชากรในอังกฤษต้องการให้เป็นสมาชิก EU เช่นเดิม ขณะที่ 45% โหวตให้ออกจาก EU ขณะที่สัดส่วนในสัปดาห์ที่แล้วอยู่ที่ 44 กับ 46 ตามลำดับ ทั้งนี้อังกฤษจะทำประชามติในวันที่ 23 มิ.ย. นี้ (Reuters)

เอเชีย:

• กิจกรรมภาคการผลิตในจีนหดตัวเป็นเดือนที่ 14 ติดต่อกัน และได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับตลาดว่าจีนที่มีเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกอยู่ในช่วงฟื้นตัวจริงหรือไม่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต (จัดทำโดย Caixin / Markit) ลดลงมาอยู่ที่ 49.4 ในเดือนเมษายน ต่ำกว่าเดือนมีนาคมที่อยู่ 49.7 อย่างไรก็ตามอัตราการลดลงจะทุเลาลงบ้างเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้มีความหวังบ้างว่าภาคการผลิตตกต่ำอาจจะ bottom out ไปแล้ว (Reuters)

• ค่าเงินเยนแข็งค่าสุดในรอบ 18 เดือน เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันอังคาร (วานนี้) ปัจจัยดังกล่าวยิ่งทำให้เพิ่มความสงสัยว่า BOJ จะแทรกแซงค่าเงินเพิ่มขึ้นหรือไม่ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น 12% แล้วในช่วงปีนี้ ขณะที่นักการเมืองญีปุ่นกำลังหยิบยกเรื่องการแข็งค่าเงินเยนขึ้นมาเป็นประเด็นการเมือง (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันลดลงเป็นวันที่สองในวันอังคาร ถดถอยต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วขึ้นไปแตะจุดสูงสุดและกลับมากังวลกันอีกครั้งเกี่ยวกับปริมาณสต็อกน้ำมันดิบของโลก Brent ปรับลง 86 เซนต์ (-1.9%) ปิดที่ 44.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 1.13 ดอลลาร์ (-2.5%) ปิดที่ 43.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ราคาทองกลับลดลงในวันอังคาร หลังวันก่อนหน้าได้ไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 15 เดือน เพราะดอลลาร์แข็งค่าจากการที่เจ้าหน้าที่ Fed ชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะขึ้นดอกเบี้ยสองหนในปีนี้ ราคาทองคำตลาดร่วง 0.4% ปิด 1,285.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากที่ไปทำจุดสูงสุดของวันที่ 1,302 ดอลลาร์ โดยในวันจันทร์ได้ขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดนับแต่ ม.ค. 58 ที่ 1,303.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันจันทร์ (Reuters)