background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (3 พ.ค.59)

Daily Market Outlook (3 พ.ค.59)

โมเมนตัมต่อความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่มากขึ้น

คาด SET วันนี้ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ที่ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ ที่เป็นบวกต่อภาคการส่งออกของสหรัฐฯ รวมไปถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ประกอบกับ 2 ปัจจัยบวกจากในประเทศจากการฟื้นตัวของดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือน เม.ย. และการขยายตัวของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน มี.ค. อย่างไรก็ตามการปรับตัวสูงขึ้นดังกล่าวอาจถูกจำกัดด้วยปริมาณการซื้อขายที่เบาบางในช่วงสัปดาห์วันหยุด


หุ้นเด่นวันนี้: ERW (ราคาปิด 4.38 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายปี 59 ที่ 5.50 บาท)

เราเลือก ERW เป็นหุ้นเด่นวันนี้ เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการสดใสในปีนี้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงแข็งแกร่งและได้รับประโยชน์โดยตรงจากการประกาศต่ออายุการนำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวจำนวนไม่เกิน 15,000 บาทที่เกิดขึ้นภายในสิ้นปีนี้มาหักลดหย่อนภาษีได้ ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 1/59 ยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น QoQและ YoYซึ่งจะเป็นสถิติกำไรรายไตรมาสสูงสุดครั้งใหม่จากการปรับตัวดีขึ้นของโรงแรมในทุกประเภทกลุ่มทางการตลาดและทุกจังหวัดที่ตั้งส่งผลให้อัตราทำกำไรปรับตัวดีขึ้น เรายังคาดว่าผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีจะยังดีขึ้น YoYด้วยเช่นกันฟื้นตัวผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณเมื่อวันที่ 17 ส.ค.58 นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับประโยชน์จากการที่ธนาคารพาณิชย์ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25bps เมื่อต้นเดือน เม.ษ. ขณะที่เงินกู้ยืมของบริษัทอ้างอิงบนอัตราดอกเบี้ยลอยตัวทั้งหมด ในปีนี้บริษัทได้ขยายสาขาโรงแรมฮ็อบอินน์เพิ่มเติมแล้ว 3 สาขา โดยมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาในไทยและอีกหนึ่งสาขาที่ฟิลิปปินส์ราวเดือน ธ.ค. 59 ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ ERW ขยายการดำเนินการไปยังต่างประเทศ เราประมาณการกำไรจากการดำเนินงานเติบโตได้ 47% ในปี 59 และ 18% ในปี 60 ERW เกิดสัญญาณทั้งในรายสัปดาห์และรายเดือนบ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น หากราคาสามารถปิดเหนือ 4.56 บาท ได้จะกลับมาเกิดสัญญาณซื้อในรายวันและราคาหุ้นจะมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อไปทดสอบเป้าหมายที่ 4.72 บาท และ 5.10 บาท ตามลำดับ (แนวต้าน: 4.42, 4.46, 4.52; แนวรับ: 4.36, 4.32, 4.26)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน เม.ย. ขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน กระทรวงพาณิชย์เตรียมปรับคาดการณ์เงินเฟ้อ กระทรวงพาณิชย์รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน เม.ย. ขยายตัว 0.07% YoY และขยายตัว 0.55% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนุนจากราคาเนื้อสัตว์และผักที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของภัยแล้ง ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับราคาอาหารสดและพลังงาน ขยายตัว 0.78% YoY และ ขยายตัว 0.14% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ในส่วนของตัวเลขช่วง 4 เดือนแรกนั้น ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปหดตัวลง 0.35% YoY ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานขยายตัว 0.70% YoYทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์เมีกำหนดที่จะทบทวนคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้เพื่อสะท้อนถึงการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบโลกรวมไปถึงปัจจัยจากภาวะภัยแล้ง (Reuters)

• ผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน มี.ค เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบสามเดือน รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ในเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 1.83% YoYจากที่ได้ปรับลดลง 1.7% ในเดือน ก.พ. และดีกว่าผลสำรวจของรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 0.1% YoY (Bangkok Post)

• รฟท. ชักชวนนักลงทุนพัฒนาที่ดิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีแผนพัฒนาพื้นที่สองแห่งได้แก่ สถานีรถไฟแม่น้ำในเขตคลองเตย ขนาดพื้นที่ 260 ไร่ มูลค่ารวม 1.04 หมื่นลบ. และ พื้นที่แห่งที่สองขนาด 359 ไร่ ใกล้ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์มูลค่า 1.83 หมื่นลบ. เพื่อพัฒนาในเชิงพาณิชย์ภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) เพื่อสร้างแห่ลงรายได้เพิ่มเติมแก่ รฟท. ก่อนหน้านี้ โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สถานีรถไฟบางซื่อ ครอบคลุมขนาดพื้นที่ 218 ไร่ ได้ผ่านการอนุมัติจากบอร์ดของ รฟท. แล้วและจะส่งเรื่องต่อให้ รมว. กระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป (The Nation)

• ADVANC (156 บาท, ซื้อ, ราคาเป้าหมาย 213 บาท) ไม่ต้องเช่าโครงข่าย 1800 MHz ของ DTAC เพื่อให้บริการ 2G อีกต่อไปเพราะรัฐบาลได้ใช้ ม.44 ขยายช่วงเวลาคงลูกค้า 2G ไว้และสัญญาโรมมิ่งกับ DTAC น่าจะยุติลง (Bangkok Post) ความเห็น: เป็นข่าวดีของ ADVANC เพราะจะช่วยประหยัดค่าโรมมิ่งกับ DTAC ได้

ต่างประเทศ

• ดอลลาร์สหรัฐขยับขึ้นเทียบกับเงินเยนเมื่อวันจันทร์ หลังจากขาดทุนรายสัปดาห์มากสุดในรอบกว่า 7 ปี แต่ ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินยูโร ซึ่งได้แรงหนุนจากข้อมูลการผลิตของเยอรมนี ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ลดลง 0.35% อยู่ที่ 92.747 จุด หลังจากแตะระดับต่ำสุดในเดือนม.ค. 58 ที่ 92.568 จุด (Reuters)

• ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นทำให้ลดความต้องการลงทุนในพันธบัตรซึ่งมีความเสี่ยงต่ำก่อนการประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนเม.ย.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีลดลง 13/32 ผลตอบแทน 1.87% เพิ่มขึ้นจาก 1.82% เมื่อวันศุกร์ ผลตอบแทนลดลงจาก 1.94% เมื่อวันอังคารที่แล้วก่อนแถลงการณ์ของเฟดในวันพุธ (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันจันทร์ ดีดกลับจากการปรับตัวลงในสัปดาห์ก่อนเนื่องจากหุ้น Berkshire Hathaway และหุ้นในกลุ่มสินค้าทั่วไปปรับตัวขึ้นและการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐได้ผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับกำไรของบริษัทข้ามชาติ ดัชนีแนสแดคปิดเพิ่มขึ้นหลังจากร่วงลงติดต่อกัน 7 วัน ถึงแม้ว่าหุ้นบ. แอปเปิลร่วงลงติดต่อกัน 8 วัน ยาวนานที่สุดนับแต่กลางปี 2541 (Reuters)

• กำไรสุทธิจากบริษัทที่อยู่ในการคำนวณดัชนี S&P500 ส่วนมากสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังปรับลดประมาณการกำไรสุทธิ 5.7% YoYจากข้อมูลของทอมสันรอยเตอร์ส (Reuters)

• กิจกรรมภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนเม.ย. แต่ในระดับชะลอตัวลงเล็กน้อย สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่าดัชนีภาคการผลิตเดือนเม.ย.ของสหรัฐลดลงอยู่ที่ระดับ 50.8 ในเดือนก่อนจากระดับที่ 51.8 ในเดือนมี.ค. (Reuters)

• การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างสหรัฐเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 8 ปีครึ่งในเดือนมี.ค. และตัวเลขในเดือนก่อนหน้านั้นได้ถูกปรับเพิ่มขึ้น เป็นการชี้ว่าภาคการก่อสร้างยังคงความแข็งแกร่งแม้จะเผชิญกับการชะลอตัวในการใช้จ่ายอย่างหนักของบริษัทในกลุ่มพลังงาน การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.3% สูงสุดนับแต่เดือนต.ค. 50 หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนก.พ. (ตัวเลขปรับปรุงแล้ว) นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมี.ค. หลังจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่าลดลง 0.5% ในเดือนก.พ. (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันจันทร์ดีดตัวกลับ หลังจากในช่วงต้นของการซื้อขายได้ปรับตัวลดลงไปก่อนหน้า โดยตลาดได้แรงหนุนหลังจากที่ Markitรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตยูโรโซนอกกมายังคงบ่งบอกถึงภาวะการขยายตัว โดยเฉพาะตัวเลข PMI ของเยอรมันที่ค่อนข้างโดดเด่นและหนุนให้ตลาดหุ้นเยอรมนีปรับตัวสูงขึ้นโดดเด่น ทั้งนี้ปริมาณการซื้อขายโดยรวมถือว่าเบาบางเนื่องจากตลาดหุ้นสหราชอาณาจักรปิดทำการซื้อขายเนื่องในวันหยุด (Reuters)

• 62% ของบริษัทจดทะเบียนฯ ในยุโรปที่ได้รายงานผลประกอบการงวด 1Q59 ออกมาแล้วได้รายงานกำไรสุทธิที่มากกว่าหรือเท่ากับที่คาดการณ์กันไว้ อ้างอิงจากการสำรวจของ Reuters (Reuters)

• ดัชนี PMI ภาคการผลิตยูโรโซนเดือนเม.ย.ขยับขึ้นเล็กน้อยบ่งชี้ว่ายอดการผลิตและยอด
คำสั่งซื้อใหม่ของยูโรโซนนั้นยังไม่ได้สูญเสียโมเมนตัมอย่างที่กังวลกันก่อนหน้านี้ แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับที่อ่อนแอ โดย Markitรายงาน ดัชนี PMI ภาคการผลิตของยูโรโซนอยู่ที่ระดับ 51.7 ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบกับรายงานเบื้องต้นที่ 51.5 และตัวเลขเดือนมี.ค.ที่ 51.6 หากพิจารณาในรายประเทศพบว่าการขยายตัวในอิตาลีและสเปนยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่เยอรมนีเริ่มเห็นการฟื้นตัว แต่ในฝรั่งเศสหดตัวลง (Reuters)

• เศรษฐกิจยูโรโซนงวด 1Q59 ขยายตัว 0.6% QoQแม้จะมากกว่าที่ตลาดคาดแต่เงินเฟ้อเดือนล่าสุดที่แล้วยังคงอยู่ในแดนลบเนื่องจากราคาฟลังงานปรับตัวลดลง (Reuters)

เอเชีย:

• ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น Haruhiko Kuroda กล่าวถึงการแข็งค่าของเยนอาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและราคาสินค้าของประเทศ เยนแข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 18 เดือนเทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ หลังจาก BOJ คงนโยบายทางการเงินในสัปดาห์ที่แล้ว สวนการคาดการณ์ของตลาดที่เชื่อว่าจะมีการขยายมาตรการกระตุ้นเพื่อป้องกันเศรษฐกิจอันเปราะบางของญี่ปุ่น(Reuters)

• กระทรวงการคลังสหรัฐ จะชี้นำญี่ปุ่นสู่ ลิสต์การตรวจสอบกับสี่ประเทศที่มีการเกินดุลการค้าอย่างมากกับสหรัฐ เรื่องนี้ถูกมองว่า ทำให้ยากขึ้นสำหรับประเทศญี่ปุ่นที่จะเข้าไปแทรกแซงในตลาดสกุลเงินเยน(Reuters)

• ตลาดการเงินของญี่ปุ่นจะปิดตั้งแต่วันนี้ถึงวันพฤหัสบดีเป็นวันหยุดราชการ และจะเปิดทำการใหม่ในวันศุกร์ (Reuters)

• กิจกรรมในภาคการผลิตของจีน เดือนเมษายน ขยายตัวเป็นเดือนที่สอง แต่โตเพียงเล็กน้อย ทำให้เกิดข้อสงสัย เกี่ยวกับความยั่งยืนของเศรษฐกิจจีน PMI อย่างเป็นทางการเท่ากับ 50.1 ในเดือนเมษายน จากเดือนมีนาคมที่ 50.2 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์จะ ปรับตัวดีขึ้นเป็น 50.4 หลังจากที่ข้อมูลมีนาคมเห็นการปรับตัวดีขึ้นของข้อมูล (Reuters)

• กิจกรรมในอุตสาหกรรมการให้บริการของจีนแข็งแกร่งขึ้นในเดือนเมษายน แต่ ขยายตัวใน อัตราที่ชะลอลง เล็กน้อย โดย PMI อย่างเป็นทางการปรับมาอยู่ที่ 53.5 ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบกับ 53.8 มีนาคม (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันลดลง 3% วันจันทร์ เนื่องจากการผลิตของกลุ่มโอเปคใกล้จุดสูงสุดตลอดกาลและการเก็งกำไรเข้าซื้อ Brent ตั้งแต่เดือนที่แล้วทำให้เกิดการขายทำกำไรออกไป Brent เดือน ก.ค. ปรับลง 1.54 ดอลลาร์ (-3.3%) ปิดที่ 45.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยแตะจุดต่ำสุดที่ 45.72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 1.14 ดอลลาร์ (-2.5%) ปิดที่ 44.78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากที่ลงไปแตะจุดต่ำสุดของวันที่ 44.54 ดอลลาร์ (Reuters)

• ราคาทองบวกไปแตะจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 15 เดือนเหนือ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในวันจันทร์ ท่ามกลางการซื้อขายเบาบางวันหยุด เพราะดอลลาร์อ่อนตัวลงทำให้ราคาสูงขึ้นแต่ก็ย่อตัวลงมาเนื่องจากดอลลาร์กลับแข็งขึ้นมาบางส่วน ราคาทองคำตลาดจรแตะจุดสูงสุด 1,303.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์สูงสุดนับแต่ ม.ค.ปีที่แล้วก่อนที่จะปิดบวก 0.2% ปิดที่ 1,290.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบ มิ.ย. บวก 0.4% ปิด 1,295.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)