สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (21-27 เม.ย. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลง DJIA -0.3%, DAX -1.2%, CAC ฝรั่งเศส -0.7% และ FTSE -1.4% แกว่งตัวแคบเพื่อรอดูผลการประชุมเฟด อย่างไรก็ตามฟื้นตัวขึ้นได้เมื่อเฟดคงดอกเบี้ยที่ 0.25-0.50% ตามคาดการณ์ของตลาด และส่งสัญญาณว่าจะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งแรงหนุนของหุ้นกลุ่มพลังงานในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบ NYMEX ที่ยืนเหนือ US$45/ barrel
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (21-27 เม.ย. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 0.6% พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง นำโดยการปรับตัวลงของกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ จากการประกาศเพิ่ม Margin Requirement สำหรับสัญญาซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าบางประเภท นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความกังวลว่ารัฐบาลจีนอาจไม่เร่งออกนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (21-28 เม.ย. 2559)
SET INDEX แกว่งตัวกรอบแคบในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรอดูผลการประชุมเฟดในคืนวันที่ 27 เม.ย. ขณะที่กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมีเป็นตัวประคองภาพ หลังราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับตัวขึ้นยืนเหนือ US$45/barrel และแม้ว่าการประชุมเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม Sentiment ลบในภูมิภาค หลังการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติคงนโยบายการเงิน เทียบกับคาดการณ์ของตลาดที่คาดว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,399.91 จุด ลดลง 15.05 จุด หรือ -1.06% ณ วันที่ 28 เม.ย.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (29 เม.ย.-4 พ.ค. 2559)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 3 พร้อมให้โอกาสที่ SET INDEX จะกลับสู่การพักฐานรอบสั้นอีกครั้ง เพราะสัปดาห์หน้ามีช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย เปิดทำการเพียงวันที่ 3-4 พ.ค. เท่านั้น อาจทำให้นักลงทุนในประเทศ และกระแสเงินทุนต่างชาติชะลอตัว เพียงแต่ downside risk ของตลาดหุ้นไทยในช่วงสั้นนี้ เป็นไปอย่างจำกัดเช่นกัน ประเมินกรอบแกว่ง 1,380-1,420 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 4.0 หมื่นล้านบาท/วัน
ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า เราให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมี.ค.ของไทย ธปท. จะรายงานในวันที่ 29 เม.ย. ประเด็นสำคัญอยู่ที่ภาคการบริโภคภายในประเทศ และกิจกรรมภาคเอกชน จะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่ หลังการส่งออกเป็นบวกได้ 2 เดือนติดต่อกัน ซึ่งประเด็นนี้จะช่วยปิดความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย และ ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่เหลือของปี
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำ “นักลงทุนเริ่มหาจังหวะขายทำกำไร เมื่อ SET INDEX ขยับเข้าใกล้ 1,430 จุด และจำกัดวงเงินในการเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางและเล็ก”
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมี.ค.ของไทย วันที่ 29 เม.ย.
2. วันหยุดคาบเกี่ยวของตลาดหุ้นไทย
3. ติดตามการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลัง NYMEX กลับมายืนเหนือ US$45/barrel
4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต - บริการของจีน/GDP ใน 1Q59 ของอียู/ดัชนี PMI ภาคการผลิต - บริการ ของอังกฤษ/ดัชนี ISM ภาคการผลิต - บริการ ของสหรัฐ







