รมช.คลัง ยืนยัน ไม่ต่ออายุลดค่าธรรมเนียมการโอน มองภาคอสังหาฯยังแกร่ง ด้าน "สัมมา" ชี้จบมาตรการทำธุรกิจชะลอไม่เกิน 3 เดือน ก่อนสู่ภาวะปกติ
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษ “แนวทางกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล” ว่า ยอมรับว่าสังคมไทยเริ่มเข้าสูงสังคมผู้สูงอายุ สังคมเชิงเดี่ยวมากขึ้น ทำให้คนวัยชราอาจเริ่มถูกทอดทิ้ง กระทรวงการคลังจึงเสนอให้เอกชนพัฒนาคอมเพล็กซ์อาจนำร่องในแถบจังหวัดภาคเหนือ เพื่อให้มีสังคมคนสูงอายุสภาพอากาศดี มีการอยู่ร่วมกันของคนสูงวัย มีกิจการ การดูแลด้านต่าง ๆ เพื่อให้คนสูงอายุอยู่ร่วมกัน จึงต้องการให้ภาคเอกชนคิดหารูปแบบการสร้างสังคมดังกล่าว โดยกระทรวงการคลังพร้อมนำที่ราชพัสดุภาคเหนือและพื้นที่อื่นมาพัฒนา โดยต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างแรงดึงดูด เนื่องจากหลายประเทศพัฒนาที่อยู่อาศัยดูแลคนสูงอายุ
สำหรับกรณีรัฐบาลลดค่าธรรมเนียมการโอนร้อยละ 1 และจดจำนองจากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 นั้น ส่งผลต่อการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม 2558 มีการโอนเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 โดยการลดค่าธรรมเนียม จดจำนองจะครบกำหนดวันพรุ่งนี้ (28 เม.ย.59) หลังจากรัฐบาลส่งเสริมภาคอสังหาริมทรัพย์ผ่านมาตรการบ้านประชารัฐสร้างบ้านใหม่และซ่อมแซมโดยภาคเอกชนและธนารักษ์ประชารัฐเฟส 2 ด้วยการนำที่ดินราชพัสดุมาพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อจำหน่ายให้ผู้มีรายได้ปานกลางราคาถูก และการนำที่ราชพัสดุริมคลองลาดพร้าว และคลองอื่น ๆ มาพัฒนาที่อยู่อาศัยให้คนมีรายได้น้อยได้เช่าที่ดินอยู่อาศัย รัฐบาลมองว่ามาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน 6 เดือนที่ผ่านมา เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมในการเยียวยาภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยมองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์มีความเข้มแข็งมากแล้ว
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวยอมรับว่า หลังมาตรการลดค่าธรรมการโอนหมดไปอาจ ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวไม่เกิน 3 เดือน หลังจากนั้นจะปรับตัวเป็นปกติ สำหรับสถานการณ์ในช่วงไตรมาสแรกคอนโดมิเนียมตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าเกิดใหม่ในเขตกรุงเทพฯ สัดส่วนร้อยละ 63 นนทบุรีสัดส่วนร้อยละ 26 ราคาคอนโดมิเนียมประมาณ 1-2 ล้านบาท มากที่สุด ทั้งนี้ เพื่อต้องการสร้างที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับนโยบายประชารัฐของรัฐบาล แม้ค่าธรรมเนียมการโอนจะครบกำหนด แต่ยังมีมาตรการนำค่าใช้จ่ายการซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท หักลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ถึงร้อยละ 20 เฉลี่ยเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งยังมีกำหนดถึงสิ้นปี 2559 รวมทั้งมาตรการบ้านประชารัฐยังส่งเสริมภาคอสังหาริมทรัพย์อีกทางหนึ่ง โดยภาคอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังขยายตัวได้ ขณะที่ต่างจังหวัดยังทรงตัว เพราะเอกชนรายใหญ่ลดสร้างคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัด เนื่องจากกำลังซื้อชะลอตัว มาตรการที่ออกมาในช่วงที่ผ่านมาจึงช่วยเหลือที่อยู่อาศัยระดับกลางและล่าง







