1Q59 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,256 ล้านบาท +26%YoY แต่ -45%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- 1Q59 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,256 ล้านบาท +26%YoY แต่ -45%YoY : 1Q59 บริษัทมีรายได้เท่ากับ 21,676 ล้านบาท -7%QoQ และ -5%YoY จากรายได้การให้บริการเสียงที่ยังคงลดลงตามพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรายได้จากการขายโทรศัพท์มือถือจากผลกระทบการแจกฟรีเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด รวมถึงรายได้จากค่าเชื่อมต่อโครงข่ายที่ลดลง 27%YoY จากการปรับลดอัตราค่าเชื่อมต่อโครงข่ายจาก 0.45 บาทต่อนาทีเหลือ 0.34บาทต่อนาที อย่างไรก็ตามรายได้จากการให้บริการข้อมูลเติบโต 10%QoQ และ 4%YoY จากปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทมีการจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนจากค่าโฆษณาที่สูงในช่วง 4Q15 ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,256 ล้านบาท +26%QoQ แต่ -45%YoY
- คงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 59 ราว5,366 ล้านบาท -9%YoY : กำไร1Q59 คิดเป็น23.4%ของประมาณการทั้งปี โดยเรายังคงคาดกำไรสุทธิที่ 5,366 ล้านบาทลดลง 9%YoY เนื่องจากรายได้จากการให้บริการเสียงยังคงลดลงในอัตราที่มากกว่ารายได้จากการให้บริการข้อมูลที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทมีภาระค่า Regulatory Cost ที่สูงราว 30% เนื่องจากขยายการให้บริการ 4G บนคลื่น 1800MHz ที่เป็นคลื่นสัมปทานในขณะที่ผู้บริการรายอื่นมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ราว 5% จากการให้บริการบนใบอนุญาต รวมถึงภาวะสงครามราคาที่กดดันต่อรายได้การให้บริการ นอกจากนี้ถึงการแจกโทรศัพท์มือถือฟรีเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดที่คาดว่าจะมีจนถึงปลายปีของคู่แข่งจะเป็นแรงกดดันรายได้จากการขายลดลง ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคงคาดการณ์การเติบโตของบริษัทที่จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอีก 2-3 ปีข้างหน้าได้หากบริษัทสามารถชนะการประมูลคลื่นความถี่ 850/1800Mhz
- บริษัทไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 900MHz รอบใหม่ : การประมูลคลื่น 900MHz รอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27พ.ค.59 DTAC จะไม่เข้าร่วมการประมูลเนื่องจากราคาที่สูงในขณะที่ผู้เล่นในตลาดมีเท่าเดิม อีกทั้งคาดว่าบริษัทมีแผนเก็บเงินลงทุนเพื่อการประมูลคลื่น 850/1800MHz ที่จะเกิดในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าที่ราคาใบอนุญาตคลื่นความถี่มีแนวโน้มปรับตัวลง
- เปลี่ยนคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเท่ากับ 40 บาท : แม้ว่าผลประกอบการยังคงออกมาไม่ดีนักแต่เราคาดว่าราคาได้สะท้อนปัจจัยลบแล้ว โดยประเมินมูลค่าโดยวิธี FCF (WACC ที่ 11% และ Terminal Growth ที่ 0.5%) ได้ราคาเป้าหมายปี 59 เท่ากับ 40บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันจึงเปลี่ยนคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”








