ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอุปสงค์น้ำมันเบนซินปรับตัวดีขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มการผลิตน้ำมันดิบที่ลดลงทั่วโลก
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์น้ำมันเบนซินในสหรัฐ ที่ปรับตัวดีขึ้น รวมไปถึงการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกที่ส่งสัญญาณจะปรับตัวลดลง ส่งผลทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าราคาน้ำมันดิบได้ผ่านจุดที่ต่ำที่สุดไปแล้ว และกระบวนการปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่ของราคาน้ำมันดิบกำลังจะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบได้ถูกจำกัดด้วยการขายเพื่อทำกำไรของนักลงทุนบางส่วน
+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นของประเทศจีน โดยรายงานจากกรมศุลกากรของประเทศจีนได้รายงานว่า ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา จีนได้นำเข้าน้ำมันดิบทั้งสิ้น 32.61 ล้านตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.61 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเป็นการนำเข้าจากประเทศรัสเซีย และซาอุดิอาระเบียมากที่สุดสองอันดับแรก
- อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงเชื่อว่า ราคาน้ำมันดิบยังคงมีโอกาสปรับตัวลงไปได้อีก จากแรงกดดันของผู้ผลิตน้ำมันดิบในชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ในสหรัฐ พร้อมที่จะขายน้ำมันดิบในทุกโอกาสเมื่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น
- ดัชนีภาคการผลิตเดือนเมษายนของสหรัฐ (Manufacturing PMI) ที่รายงานโดย Markit Economics พบว่า มีการเติบโตที่ชะลอตัวลง โดยปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.8 จากระดับ 51.5 ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา และเป็นระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 เป็นต้นมา
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันเบนซิน RBOB ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากและอุปสงค์ที่มากขึ้นจากตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน และอุปทานที่ลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นบางส่วนในภูมิภาค
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 26-27 เม.ย. นี้ ว่าจะมีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.25-0.50% ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมประจำเดือนเม.ย. ที่จะถึงนี้
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับลดลงสู่ระดับ 8.98 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบได้ชะลอการลงทุน และผลิตน้ำมันดิบลง จากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999







