“โรจน์ เมืองครุธ” เฟืองเคลื่อนสิงห์ ผงาดภูมิภาค

“โรจน์ เมืองครุธ” เฟืองเคลื่อนสิงห์ ผงาดภูมิภาค

เมื่อทายาทสิงห์ ทาบทามให้ “โรจน์ เมืองครุธ” มาร่วมทีม ขยายธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ในยุคบุกเบิก จากเพื่อนขยับสู่ผู้บริหาร สานธุรกิจอิงโมเดลยักษ์โลก

ตลอดเวลากว่า 80 ปีที่ “บุญรอด บริวเวอรี่” ขับเคลื่อนธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น สืบต่อมาถึง “ทายาทรุ่น 4” ในปัจจุบัน ภาพใหญ่ที่ฉายสู่ภายนอก ธุรกิจกงสีแห่งนี้ ถูกบริหารโดยเหล่าทายาทตระกูล “ภิรมย์ภักดี” 

ทว่า เมื่อองค์กรปรับรื้อโครงสร้างธุรกิจใหม่ ขยับขยายอาณาจักร จากธุรกิจน้ำเมา“เบียร์” รุกสู่อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (นอนแอลกอฮอล์) เริ่มมีคนนอกมาอยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากขึ้น  

โรจน์ เมืองครุธ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮสโก ฟู้ด อินดัสทรี่ จำกัด ชื่อชั้นอาจไม่โด่งดัง ตรงข้ามกับ “ผลงาน” เพราะหากย้อนดูสินค้าที่เขาเขาฟูมฟักให้กับสิงห์มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้าชาเขียวโมชิ, น้ำแร่เพอร่า, ฟังก์ชั่นนอลดริ๊งค์ บีอิ้ง, เครื่องดื่มเกลือแร่ซันโว ไปจนถึงขนมขบเคี้ยวอย่างสาหร่ายมาชิตะ ข้าวอบกรอบยูกิ และสินค้าส่งออก เช่น สแน็กมะพร้าวโคโค่แจ๊ส  

โรจน์เล่าถึง “จุดสตาร์ท” ร่วมงานกับสิงห์ว่า เกิดขึ้นเพราะสายสัมพันธ์ระหว่างเขากับ “เต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจนอน-แอลกอฮอล์ บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด ในฐานะเพื่อน เมื่อครั้งศึกษาอยู่ที่บอสตัน สหรัฐอเมริกา กระทั่งกลับมาศึกษาต่อที่่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เมืองไทย และเตรียมที่จะเป็นหนุ่มนักธุรกิจการเงิน อยู่รอมร่อ 

เพื่อนเต้ มาทาบทามให้มาร่วมปั้นธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ให้สิงห์ในช่วงบุกเบิก “โรจน์” ขบคิดอยู่ร่วมเดือน ก่อนจะตกปากรับคำ

จากวันแรกถึงวันนี้ 13 ปีที่ทำงานใต้เงาสิงห์

คุณเต้ชวนว่า มาทำอะไรร่วมกันกับบุญรอดไหม มาช่วยธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เป็นงานที่ท้าทาย ผมเป็นคนแรกๆที่ร่วมทีมกับกับคุณเต้ เมื่อ 13 ปีก่อน”   

เมื่อมาทำงานในองค์กรที่คลาคล่ำไปด้วยทายาท แว่บแรกคิดว่าจะบริหารงานแบบครอบครัวจ้า แต่พอได้มาสัมผัสพบว่า  

“ทุกคนคือครอบครัว แต่บริหารอย่างมืออาชีพ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ “สันติ ภิรมย์ภักดี” แม่ทัพใหญ่สิงห์ยึดมาตลอด 

สิ่งที่ผมสัมผัสได้ ทุกคนมีโอกาสเติบโตได้หมด ไม่เฉพาะคนในครอบครัว เพียงแต่ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ต้องรับผิดและรับชอบให้ได้ ทำผิดต้องรับผิดชอบ ทำชอบไม่จำเป็นต้องให้ใครรู้"

โรจน์ ยังยอมรับว่า ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เป็นธุรกิจที่ท้าทายตั้งแต่วันแรกของการทำงานจนถึงวันนี้ ยิ่งสิงห์ต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้ ให้มีสัดส่วน 50% เท่ากับรายได้จากธุรกิจแอลกอฮอล์ ในอนาคต โดยอาศัยทั้งการสร้างธุรกิจเอง ร่วมทุนและแสวงหาพันธมิตรจากทั่วโลก มาเป็น “สปริงบอร์ด” เช่น ซังโกะ เซกะ ยักษ์ใหญ่ขนมขบเคี้ยวญี่ปุ่น, Valensina แบรนด์น้ำผลไม้เยอรมัน หรือแม้กระทั่ง Masan group ในเวียดนาม 

ขณะที่บุญรอดก็เป็นบริษัทไทยที่มีชื่อเสียงบนเวทีโลกว่า “น่าคบ” ผลงานสร้างชื่อในประเทศมีมาก ยอดขายสูง ทำธุรกิจบนพื้นฐานความถูกต้อง เป็นธรรม 

หากพันธมิตรมีเคมีเข้ากันย่อมเสริมแกร่งทั้งสองฝ่าย 

เราจะไม่โตคนเดียว โลกาภิวัฒน์ทำให้เราต้องมีพันธมิตรทั่วโลก ช่วยให้การขยายธุรกิจมากกว่าในไทย หรือตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

เขายังบอกว่า เคลื่อนธุรกิจยุคนี้ ไม่ง่าย การแข่งขันเข้มข้นตลอดเวลา นั่งเก้าอี้ผู้บริหาร ต้องหูตาที่กว้างไกล สร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้แกร่งทั้งภายในผ่านทีมงาน และภายนอกผ่านพันธมิตร  เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโตตลอดรอดฝั่ง

วันนี้ทุนไทยตบเท้ารุกการค้าและลงทุนในเวทีโลกมากขึ้นเรื่อยๆ  ข้อเท็จจริงแล้ว ตลาดโลกไปได้ทุกยุค เมื่อมี โอกาส” และ “จังหวะ ที่เหมาะสม เช่น  สิงห์และอีกหลายบริษัทในเอเชียไปลงทุนในยุโรป เพราะธุรกิจในซีกโลกตะวันออกกำลังเติบโต จึงมีเป้าหมายรุกออกไปทำตลาดนอกบ้านมากขึ้น

“3-5 ปีข้างหน้า อยากมีพันธมิตรเยอะขึ้น มีตลาดกว้างขึ้น มีทีมงานดีๆเข้ามาร่วมกับเราในการขยับขยายตลาดเออีซี และตลาดโลก

 แล้วจะได้เห็นพันธมิตรใหม่ๆอีกมากไหม ? 

เขาให้หัวเราะพร้อมแย้ม...มีเรื่อยๆและเปิดกว้าง 

“ใครก็ได้ ที่ตอบโจทย์ธุรกิจเราได้” 

สิ่งที่จะสนับสนุนให้เห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการเดินทางไปพบปะลูกค้าทั่วโลก ทำให้ 3 ข้อดีกลับมาเสมอ 

ขายของ (สินค้า) ได้ 2.พบเจอสินค้าใหม่ๆ และ 3.สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า พันธมิตรใหม่ๆ 

“พกไป 3 โจทย์ที่ต้องเอากลับมาทุกครั้ง และไปก็ได้ครบทุกครั้ง”

ปั้นสินค้ามามากมีทั้งสำเร็จ และ “ล้มเหลว” ยังกลายเป็นครูเพิ่มเคล็ดวิชาธุรกิจให้กับเขา 

“โมชิ” เป็นสินค้าที่เขายกย่องว่าดี แม้จะปิดตัวไปแล้ว เจ้าตัวมองว่า สินค้าชาเขียว การแข่งขันทางการตลาดแตกต่างจากสินค้าอื่น จึงต้องอ่านเกมให้ออกว่า “กลยุทธ์” แบบใดควรนำมาฟาดฟันกับคู่แข่ง สแน็ก เป็นสินค้าที่ตัดสินใจซื้อโดยพลัน (Impulse) จึงต้องหลากหลายดึงดูดผู้บริโภค ขณะที่คู่แข่งที่ต้องประมือมีตั้งแต่แบรนด์ท้องถิ่นไปถึงแบรนด์ระดับโลก !!

จากคนเบื้องหลังสู่คนเบื้องหน้า เขาบอกว่า การทำงานต่างกันโข ตอนพัฒนาสินค้าโฟกัสแต่สิ่งที่อยู่หน้างาน ครั้นบริหารธุรกิจเต็มตัว มีมุมมองมากมาย ทั้งโอกาส ความเสี่ยงธุรกิจ การดูแลคนในองค์กร 

ความรับผิดชอบสูงขึ้น งานไม่หนัก แต่ต้องใช้ความคิด รอบคอบ การตัดสินใจสำคัญมาก การบริหารต้องมีข้อมูล ต้องกล้าตัดสินใจในเวลาที่ต้องตัดสินใจ

กว่าทศวรรษของการทำงาน มีผลงานชิ้นโบว์แดงไหม? 

เขายิ้มก่อนบอกว่า ผมภูมิใจในทุกโปรเจคที่มีโอกาสเข้าไปจับ เมื่อก่อนพัฒนาสินค้า พอต้องบริหารจริงๆ ตอนเริ่มมีพันธมิตร ซื้อกิจการจริงๆ เราทำให้มันเติบโต 30-40% ต่อปี เป็นอะไรที่ท้าท้ายด้วย ใหม่ด้วย และภาคภูมิใจด้วย

รับโจทย์จากผู้ใหญ่ คือการเพิ่มสัดส่วนรายได้ธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ โดยวิธีการจะไปให้ถึงฝั่งฝัน ต้องผลิตสินค้าที่ดี ผู้บริโภคชื่นชอบ และสร้างการเติบโต 

นี่คือความท้าทายสำหรับเขา 

ตัวเลขก็เป็นหนึ่งในเป้า แต่สิ่งที่เขาอยากเห็นมากที่สุด คือ การปั้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของสิงห์ให้เติบโต “ผงาด” เป็น “1 ใน 3” แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของภูมิภาค 

ต้องการเป็น Top ของ Regional players” เทียบเคียงใครหรือแบรนด์ใดในประเทศ ตอบยากเพราะทุกรายในตลาดล้วนมีเซ็กเมนต์อยู่โดยเฉพาะ 

แต่หากเทียบแบรนด์ระดับโลก เขาอยากให้สิงห์ เทียบชั้น “มอนเดลีส” (Mondelez) คราฟท์ฟูดส์ (Kraft Foods) และเนสท์เล่ (Nestle) ฯลฯ

เราจะรวมธุรกิจ(เซ็กเมนต์อาหารและเครื่องดื่ม)เป็นหนึ่งมากขึ้นเหมือนตลาดโลก อย่างมอนเดลีส ก็ไล่ซื้อหลายบริษัทที่แยกทำสินค้าและตลาด แล้วมาจัดพอร์ตโฟลิโอ อนาคตจะเห็นเรารวมกันมากขึ้น ไอเดียและวิชั่นเป็นแบบนั้น” พร้อมย้ำว่าการจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้ต้องมีทั้งการสร้างสินค้าเอง ร่วมทุน ซื้อและควบรวมกิตการ 

มันทำได้ทั้ง 3 ภารกิจ เขาหัวเราะ และขยายความว่า งานนี้ไม่ได้ทำคนเดียว เพราะมีทีมงานวางแผนและกลยุทธ์ ทีมการเงิน ผนึกกำลังกัน 

ผมเป็นแค่ฟันเฟืองหนึ่งในการเดินไปถึงตรงนั้น  

------------------------

สมดุล  4 เสาหลักชีวิต

แม้ทำงานมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ “โรจน์ เมืองครุธ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮสโก ฟู้ด อินดัสทรี่ จำกัด ต้องบริหารไม่ให้ขาดตกบกพร่อง คือ 4 เสาหลักของชีวิต ได้แก่ 

ครอบครัว องค์กร ส่วนตัว และเพื่อนฝูง การทำเวลาทั้ง 4 เสาอย่างสมดุลนั้น..ยาก!  เช่น เมื่ออายุเข้าหลัก 30-40 ปี เสาเพื่อนฝูงอาจลดน้อยลง มีเวลาให้กันอีกทีก็วัยเกษียณ ซึ่งเขาไม่ต้องการเป็นแบบนั้น

“ต้องเติมเสานั้นให้เต็มตลอดเวลา ไม่เติมอะไรมากกว่าแต่ให้เวลากับ 4 เสาให้สมดุล ทำครอบครัวให้ดีที่สุด แต่ก็ต้องตามฝันของตัวเองด้วย 

ทำสิ่งที่ตัวเองสนใจด้วย ซึ่งส่วนตัวเป็นคนชอบเล่นกีฬา แต่พอแต่งงานก็มีเวลาน้อยลง หรือทำหน้าที่ในฐานะที่เราเป็นแคทอลิก ก็ต้องรักษาหลายๆอย่างที่เป็นความสุข”

ถามว่าใครเป็นไอดอลของการใช้ชีวิต เขายกให้เพื่อนอย่าง “ภูริต” ซึ่งถือว่าเป็นคนที่บาลานซ์ชีวิต-งาน เต็มที่ เช่น ร้องเพลง แข่งรถ ครอบครัวไม่ขาดตกบกพร่อง ทำหน้าที่บริหารดีมาก 

“เขาใช้ชีวิตเต็มที่จริงๆ ไม่ขาดเหลือสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตๆคนๆนึง”