“เงินบาทกลับมายืนในระดับที่อ่อนค่ากว่า 35 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น จากแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาทกลับมายืนในกรอบที่อ่อนค่ากว่าระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ เงินบาททยอยแข็งค่าช่วงต้น-กลางสัปดาห์ มาแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 34.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางการปรับตัวขึ้นของสกุลเงินในเอเชีย และสินทรัพย์เสี่ยงตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาในช่วงท้ายๆ สัปดาห์ หลังธปท. ระบุ พร้อมดูแลเสถียรภาพตลาด หากทิศทางเงินบาทมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ประกอบกับมีแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ หลัง ECB ยังคงส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลาย แม้จะไม่ประกาศมาตรการเพิ่มเติมในการประชุมวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา
- สำหรับในวันศุกร์ (22 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 35.01 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันอังคารก่อนหน้า (12 เม.ย.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (25-29 เม.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 34.90-35.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (26-27 เม.ย.) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (27-28 เม.ย.) ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ดัชนี PMI เขตชิคาโก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI ภาคบริการ (เบื้องต้น) เดือนเม.ย. ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมี.ค. และข้อมูลจีดีพีประจำไตรมาส 1/59 นอกจากนี้ ตลาดในประเทศอาจติดตามข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ และตัวเลขเศรษฐกิจไทยในเดือนมี.ค. ด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,410.81 จุด เพิ่มขึ้น 1.83% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 59.33% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 47,599.76 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 526.83 จุด เพิ่มขึ้น 1.44% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน ก่อนที่จะปรับลดลงในวันพุธ จากนั้น ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นต่อในวันพฤหัสบดี จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี ดัชนีลดช่วงบวกลงในวันศุกร์ ตามตลาดในภูมิภาค โดยนักลงทุนจับตารอการรายงานผลประกอบการบริษัท
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (25-29 เม.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,400 และ1,375 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,420 และ 1,430 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (26-27 เม.ย.)ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย คำสั่งซื้อสินค้าคงทน ข้อมูลการค้า และจีดีพีไตรมาส 1/59 (เบื้องต้น) สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี และข้อมูลเงินเฟ้อญี่ปุ่น






