วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับลง

หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA :   ปรับลง

ตลาดไทยเมื่อวานนี้มีแรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติและสถาบันเข้าซื้อหุ้นหลักในกลุ่มพลังงานและแบงก์ ส่งผลให้ดัชนีสามารถยืนเหนือ 1420 จุดได้ อย่างไรก็ตาม เราคาดตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มจะพักฐานลง เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆมาสนับสนุนและ valuation ที่ค่อนข้างแพง ส่งผลให้มี upside จำกัด โดยเรามองตลาดไทยจะเคลื่อนไหวแดนลบในวันนี้ แต่จะยังไม่หลุด 1400 จุด เนื่องจากราคาน้ำมันที่แข็งแกร่งช่วยพยุงหุ้นกลุ่มพลังงานอยู่ คงคำแนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อดัชนีอยู่ใกล้ 1420 จุด เพื่อรอรับใหม่อีกรอบเมื่อดัชนีย่อลง

แนวรับ/แนวต้าน : 1400/1430 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้

หุ้นแนะนำ

1. PS (34) : จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นด้านอสังหาฯ ของรัฐบาลและความต้องการด้านอสังหาฯ ที่เกิดขึ้นจริงเนื่องจากเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มโครงการแนวราบ นอกจากนี้ ยอดจอง (พรีเซล) ของ PS อยู่ในระดับสูงและมี dividend yield สูงถึง 4.6%

2. DRT (5.20) : แผนขยายธุรกิจไปยังประเทศลาวและพม่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขึ้นเป็น 18% และ 20% ในปี 59 และ 60 ตามลำดับซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้จากในประเทศที่ลดลง นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดของ DRT จะช่วยทำให้ margin อยู่ในระดับเดิมแม้ยอดขายลดลง อีกทั้ง DRT ยังมี dividend yield ที่สูงถึง 7% ในปี 59

3. THCOM (35) : เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 59 หนุนจากการรับรู้รายได้จากดาวเทียม Thaicom 7 และการเปิดให้บริการดาวเทียม Thaicom 8 นอกจากนี้ เราคาดว่า dividend yield ในปี 59 จะอยู่ที่ 6.2%



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "สมคิด" มั่นใจเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้น หลังส่งออก มี.ค.โตกว่า 9% ขยายตัวเดือนที่ 2 ขณะความเชื่อมั่นเอกชนกระเตื้อง หวั่นการเมืองวุ่นฉุดเศรษฐกิจ ด้านบอร์ดขีดแข่งขันมั่นใจมั่นใจปีนี้ดีขึ้น ด้านแบงก์กรุงเทพและแบงก์กสิกรนำร่องลดดอกเบี้ย "เอ็มอาร์อาร์" 0.25% มีผล 25 เม.ย. หวังช่วยรายย่อย

+ ไทยวัสดุ-ดูโฮม-เมกาโฮม ประเมินสถานการณ์ตลาดวัสดุก่อสร้างเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว ไทวัสดุคาดปีนี้ ตลาดรวมขยายตัว 5% จากมูลค่าตลาด 4 แสนล้าน หลังรัฐเดินหน้าลงทุนเมกะโปรเจค ดันค่ายอสังหาฯ ลงทุนตาม ขณะที่สาขาจังหวัดชายแดนยอดขายโตต่อเนื่อง

+ 3 บิ๊กรับเหมาคึกชิงเค้กเมกะโปรเจคล้านล้าน เร่งหาพันธมิตรเตรียมประมูลรถไฟฟ้า ชิงเค้กแสนล้านสายสีชมพู "แคราย-มีนบุรี" และสายสีเหลือง "ลาดพร้าว-สำโรง "อิตาเลียนไทย" จับมือร่วมฝรั่งเศสสู้ศึกปีทองการลงทุน ตั้งเป้าส่วนแบ่ง 20-25% ด้าน "ชิโนไทย" จ่อจับมือ บีทีเอสลงแข่ง ขณะ "ช.การช่าง" ควง "เบม" ชิงชัย

- แบงก์รายงานกำไรไตรมาสแรกทั้งระบบลดลง 4% โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่วูบจากภาระการตั้งสำรอง เพื่อรับมือเศรษฐกิจชะลอและเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้น กรุงไทยเร่งอัดสำรองเพิ่ม 131% หลังหนี้เสียพุ่ง 18% จากสินเชื่อทุกกลุ่มธุรกิจ ขณะที่กรุงศรีกำไรเพิ่ม 19%

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนสปิดที่ 17,982.52 จุด ร่วงลง 113.75 จุด หรือ -0.63%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (21 เม.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงกว่า 2% นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวนของสหรัฐ และผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง ยังส่งผลให้ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา

- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวลง 28.82 จุด หรือ 0.45% แตะที่ 6,381.44 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (21 เม.ย.) จากแรงเทขายทำกำไร หลังจากที่ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 วันติดต่อกันในช่วงก่อนหน้านี้

+ ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 457.08 จุด หรือ +2.70% แตะที่ 17,363.62 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมัน

+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มิ.ย.ร่วงลง 1 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 43.18 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (21 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด หลังจากรัสเซียและสมาชิกในกลุ่มโอเปกบางประเทศได้ออกมาส่งสัญญาณว่าจะปรับเพิ่มการผลิต นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้นักลงทุนลดความต้องการซื้อสัญญาน้ำมันดิบ