DTAC อาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาด ถ้า ADVANC หรือ TRUE ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อว่ามีความเสี่ยงที่การแข่งขันด้านราคาหรือการแข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะภายหลังจากที่ ADVANC หรือ TRUE ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซในวันที่ 27 พ.ค. ที่จะมาถึง (ภายใต้สมมติฐานว่า DTAC ปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซดังกล่าว) เราเชื่อว่า DTAC จะยิ่งอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบมากขึ้นกว่าเดิมก่อนที่กสทช.จะทำการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซซึ่งคาดว่าจะเป็นในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 เนื่องจากแนวโน้มของการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไปให้กับ ADVANC หรือ TRUE ถ้ารายใดรายหนึ่งชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ และเนื่องจากกสทช.ยังคงไม่มีความชัดเจนในเรื่องการเปิดประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซ ณ ขณะนี้ เราจึงประเมินว่ายังคงเป็นความเสี่ยงด้านการดำเนินธุรกิจของ DTAC หลังจากที่สัมปทานคลื่นความถี่ทั้ง 850 เมกะเฮิร์ซและ 1800 เมกะเฮิร์ซจะหมดอายุลงในเดือนก.ย. 2561 เรายังคงคำแนะนำ ถือ สำหรับหุ้น DTAC เนื่องจากผลประกอบการที่ยังคงไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน และแนวโน้มของการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไปให้กับผู้ประกอบการที่เป็นคู่แข่ง
ส่องกล้องไตรมาส 1/59-กำไรหลักอ่อนตัว YoY
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 1.26 พันล้านบาท ลดลง 45% YoY แต่เพิ่มขึ้น 26% QoQ ถ้าไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 100 ล้านบาทในไตรมาส 1/559 กำไรหลักอยู่ที่ 1.16 พันล้านบาท ลดลง 45% YoY แต่เพิ่มขึ้น 22% QoQ กำไรหลักที่ลดลง YoY เนื่องจากรายได้บริการที่ยังคงลดลง และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายซึ่งได้แก่ ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย ค่าตัดจำหน่ายและค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารงานทั่วไป ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด และภาระดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งกลบผลกระทบของผลขาดทุนที่ลดลงจากการขายเครื่องและการลดลงเล็กน้อยของต้นทุนด้านกฎระเบียบ กำไรหลักที่เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าใช้จ่ายด้านการบริหารงานทั่วไปตามปัจจัยด้านฤดูกาล (ซึ่งค่าใช้จ่ายด้านการบริหารงานทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับการนำเอาโมเดลการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของการทำตลาดแบบแบ่งแยกตามภูมิภาคมาใช้)
เราคาดผลขาดทุนขั้นต้นและอัตราผลขาดทุนขั้นต้นจากการขายเครื่องโทรศัพท์ที่ลดลงในไตรมาส 1/59 (-5% ในไตรมาส 1/59 เทียบกับ -18% ในไตรมาส 1/58 และ -1% ในไตรมาส 4/58) เนื่องจากการลดการอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ของระบบพรีเพด) รายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) มีแนวโน้มลดลง 1% YoY และทรงตัว QoQ เราคาดจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิเพิ่มขึ้น 4 แสนรายในไตรมาสนี้
ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับไตรมาส 4/58 ในส่วนของต้นทุนด้านกฎระเบียบคาดว่าจะลดลงเพียงแค่ 5% YoY และทรงตัว QoQ ค่าตัดจำหน่ายและค่าเสื่อมราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 25% YoY และ 3% QoQ จากการเพิ่มขึ้นของงบลงทุนในสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทาน เราคาดค่าใช้จ่ายด้านการบริหารงานทั่วไปเพิ่มขึ้น 21% YoY (แต่ลดลง 8% QoQ จากปัจจัยด้านฤดูกาล) ในขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น21% YoY (แต่ลดลง 12% QoQ จากปัจจัยด้านฤดูกาลเช่นกัน)
DTAC จะยิ่งอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบมากขึ้น หาก ADVANC หรือ TRUE ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ
กสทช.และรัฐบาลมีความเห็นพ้องต้องกันที่จะจัดให้มีการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซอีกครั้งโดยผ่านการใช้การอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 เพิ่อเร่งประมูลให้เร็วขึ้น 1 เดือนมาเป็นวันที่ 27 พ.ค. และข้ามขั้นตอนการจัดทำประชาพิจารณ์ และเนื่องจากราคาประมูลตั้งต้นอยู่ที่ 75,654 ล้านบาท (หรือราคาที่บริษัทแจสโมบายบรอดแบนด์ชนะการประมูลก่อนหน้า) ไม่ใช่ที่ราคา 1.6 หมื่นล้านบาท เราจึงเชื่อว่า DTAC จะไม่เข้าร่วมการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซในครั้งนี้ ถ้าไม่ว่า ADVANC หรือ TRUE ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซในครั้งนี้ เรา DTAC จะยิ่งอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากแนวโน้มของการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไปให้กับ ADVANC หรือ TRUE รวมถึงความเสี่ยงด้านการดำเนินธุรกิจจะเพิ่มสูงขึ้นหลังจากสัมปทานคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรืซและคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ซหมดอายุลงในเดือนก.ย. 2561 เราคิดว่ากรอบระยะเวลาสำหรับการเปิดประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซยังคงมีความไม่แน่นอนสูงมาก ณ ตอนนี้






