วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซึมลงในกรอบแคบ แนะหาจังหวะซื้อ เมื่อดัชนีย่อใกล้ 1360 จุด

เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ซึมลงในกรอบแคบ แนะหาจังหวะซื้อ เมื่อดัชนีย่อใกล้ 1360 จุด

ตลาดไทยวันนี้ขาดปัจจัยใหม่ๆเข้ามาสนับสนุน และอาจเห็นแรงขายของต่างชาติเข้ามากดดันตลาดได้ต่อ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่สามารถยืนเหนือ 40 เหรียญต่อบาเรลได้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้ตลาดไทยปรับลงไม่มาก แนะนำทยอยเก็บสะสมหุ้นเพิ่มเมื่อดัชนีย่อระหว่างวัน เพื่อรอขายหลังจากกลับมาจากช่วงหยุดยาวสงกรานต์

แนวรับ/แนวต้าน : 1350/1380 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้

หุ้นแนะนำ

1. EPG target 16 (Theme ผลประกอบการรายงานออกมาดี)

• แนวโน้มงบปี 59 (period เม.ย.58-มี.ค.59) เติบโตต่อเนื่องและไตรมาสล่าสุด (ม.ค.59-มี.ค.59) คาดจะออกมาดีมาก โดยกำไรคาดจะโตกว่า 30%qoq และ 150%yoy

• ธุรกิจผ่านช่วง low season ไปแล้วและลุ้นคว้างานฉนวนกันความร้อนสำหรับสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งจะเปิดประมูลเร็วๆนี้

• แผนเปิดตลาดเพิ่มในเออีซี ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จะช่วยเพิ่มยอดขายจากประเทศในกลุ่มอาเซียนจาก 5% เป็น 10% ในปีนี้

• ปีนี้จะไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายการปิดโรงงานของ TJM ในจีน ทำให้ธุรกิจ ARK ของ EPG สดใสขึ้น

• ธุรกิจ AFC และ EPP ของ EPG จะได้ประโยชน์จากอัตรากำไรที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องจากต้นทุนโดยเฉพาะต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

2. STA target 14 (Theme ราคายางฟื้นตัว)

• ราคายางโลกเข้าสู่ช่วงร้อนแรงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน กำไรของ STA มี correlation เชื่อมโยงกับราคายางมากถึง 80% จึงได้ผลบวกอย่างสูง

• ตั้งแต่เดือน มี.ค.59 ประเทศไทยจะจับมือกับอินโดนีเซียลดการผลิตและส่งออกยางพาราจนถึง ส.ค.59 ซึ่ง 3 ประเทศรวมกันมียอดผลิตยางพารารวมเกือบ 70% ของผลผลิตยางพาราทั้งโลก ดังนั้น การจับมือกันควบคุมปริมาณการผลิตจะมีผลให้ราคายางพาราปรับขึ้นต่อตั้งแต่เดือน เม.ย.59 เป็นต้นไป

• ช่วงไตรมาส 2 หลายพื้นที่ในประเทศไทยเข้าสู่ช่วงยางผลัดใบ ทำให้ปริมาณ supply ยางพาราลดลงและหนุนราคายางพาราขึ้น

3. ASEFA target 7 (Theme การประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน)

• กำลังจะย้ายฐานการผลิตจากบางบอนมารวมในเขตโรงงานใหม่ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตถึง 50% และลดต้นทุนด้านการขนส่ง

• คาดรายได้ปี 59 โต 20% ส่วน gross margin และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ดีขึ้นจากปีก่อน ส่งผลให้กำไรมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่

• เปิดสาขาใหม่ 10 สาขาไว้ให้บริการหลังการขาย ทำให้มีรายได้จากการให้บริการมาเสริม ซึ่งธุรกิจนี้มีอัตรกำไรข้างต้นสูงถึง 55%

• จำนวนงาน Backlog ในมือมากถึง 1.7 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกรับรู้เป็นรายได้ในปี 59 นี้ และช่วยให้รายได้โตตามเป้า

• ข่าวการประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลทั้งงานรถไฟฟ้า และการเชื่อมสายไฟลงใต้ดิน ช่วยหนุน sentiment นอกจากนี้ยังมีการประมูลงานภาคเอกชน ทั้งงาน datacenters, 4G, และพลังงานทดแทน ซึ่งล่าสุด ASEFA ยื่นประมูลไป 2-3 พันล้านบาทและจะทยอยประกาศผลการชนะการประมูลในช่วงไตรมาส 2 นี้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยช่วยหนุนราคาหุ้น 



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ สมาคมภัตตาคารไทยประเมินมาตรการ กินลดภาษี ช่วง 9-17 เม.ย. ระบุหลายร้านเริ่มมีลูกค้าใช้บริการมากขึ้น-สั่งอาหารแพงขึ้น ขณะยอดขอใบกำกับภาษีเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 30% เชื่อจูงใจร้านอาหารสู่ระบบภาษีมากขึ้น "โออิชิฯ" คาดดันยอดขาย ร้านอาหารในเครือพุ่ง 30% "เอ็มเคฯ" พ่วงแคมเปญเสริม ขณะโรงแรมรอลุ้นผลมาตรการ 13-17 เม.ย.นี้

- ธนาคารโลกหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชีย เหตุจีนชะลอ กระทบยาวถึงปี 2561 เตือนรับมือภาวะ"ช็อก"หากผลกระทบเศรษฐกิจโลกรุนแรงกว่าคาด เร่งเสริมฐานะคลังให้แข็งแกร่ง ขณะปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้จาก 2% เป็น 2.5% ด้านคลังจับตาผลกระทบภัยแล้ง หวั่นกระทบรุนแรง ขณะซีไอเอ็มเอ็มบีหั่นคาดการณ์เหลือ 2.7%

+ กสทช.ลงมติร่างฯประกาศเยียวยาฉบับใหม่ ชงนายกฯใช้ ม.44 หย่าศึกค่ายมือถือ ระบุขยายมาตรการเยียวยาฯ 2จี บนคลื่น 900 ออกไปจนถึง 30 มิ.ย.นี้ หลัง"เอไอเอส" ขอยื่นขยายช่วงเวลาคุ้มครองผู้บริโภคหวั่นซิมดับ จับทรู-เอไอเอสลงนามเอ็มโอยู ลดความเสี่ยงฟ้องร้องในอนาคต พร้อมกำหนดวันประมูล 4จีใหม่เป็น 27 พ.ค. หลังค่ายมือถือเสนอหากเป็นวันเดียวหวั่นขอแบงก์การันตีไม่ทัน

+ ตลาดหลักทรัพย์ เผยผลสำรวจความ เชื่อมั่น ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ระบุแนวโน้มดีขึ้น เชื่อเศรษฐกิจขยายตัว 2-4% ชี้โครงการรัฐ-นโยบายการคลังช่วยกระตุ้น ประเมินรายได้โตเกิน 6%

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,556.41 จุด ลดลง 20.55 จุด หรือ -0.12% 

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (11 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทรายใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงอัลโค อิงค์ จะเปิดเผยผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดได้รับแรงหนุนจากในระหว่างวัน หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 40 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ดัชนี FTSE 100 ปิดขยับตัวลง 4.29 จุด หรือ 0.07% แตะที่ 6,200.12 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (11 เม.ย.) เนื่องจากการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มเภสัชภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ตลาดปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย เพราะได้แรงหนุนในระหว่างวันจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์

- ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 70.39 จุด หรือ 0.44% แตะที่ 15,751.13 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบ เนื่องจากเงินเยนยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และได้ฉุดหุ้นกลุ่มส่งออกร่วงลง นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินเยนยังส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่น

- สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้น 64 เซนต์ หรือ 1.6% ปิดที่ 40.36 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (11 เม.ย.) โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 40 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ หลังจากมีรายงานว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐปรับตัวลดลง และจีนนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น