แนวโน้มกำไรอยู่ในขาลง
ประเด็นการลงทุน
การเก็งกำไรบนราคาน้ำมันดิบก่อนการประชุมระหว่าง OPEC และกลุ่ม Doha ที่ไม่ใช่สมาชิก ณ วันที่ 17 เม.ย. และกำไรไตรมาส 1/59 ที่น่าจะดีกว่าคาดฯ อาจเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น แต่เรามองแนวโน้มราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมีจำกัด ส่วนกำไรมีแนวโน้มหดตัวในอนาคต ซึ่งเมื่อเทียบกันระหว่างผลลัพธ์กับความเสี่ยง เราแนะนำลดการลงทุนมากกว่าถือ
เพื่อรออัพไซด์ที่จำกัด เราจึงปรับคำแนะนำเป็น “ขาย” จาก “ถือ” เราแนะนำหันมาลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและเคมี ที่มีความชัดเจนของกำไรสูงกว่าและอาจมีอัพไซด์ โดย SPRC และ PTTGC เป็นหุ้นที่เราชอบมากที่สุดในหุ้นกลุ่มพลังงาน
กำไรจากภาษีหนุนกำไรไตรมาส 1/59 สูงกว่าคาด
แม้ราคาน้ำมันดิบหดตัวลง แต่ PTTEP มีแนวโน้มรายงานกำไรหลังหักภาษีที่สูงกว่าที่ตลาดคาดในไตรมาส 1/59 เราประเมินกำไรอยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% QoQ ซึ่งค่าเงินบาทที่แข็งตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์ลดค่าใช้จ่ายภาษีลงและหนุนกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนมูลค่ารวมกว่า 3.3 พันล้านบาท นอกจากนี้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่หดตัวลงต่อเนื่อง
จากจุดต่ำสุดในไตรมาส 4/58 ที่ 35.2 เหรียญต่อบาร์เรล อาจหมายถึงอัพไซด์ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานกลับลงมาที่ระดับปรกติและกิจกรรมการสำรวจและผลิตที่ชะลอตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 1 ด้านผลกำไรจากการดำเนินงาน ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงและราคาก๊าซที่หดตัวต่อเนื่องมีน้ำหนักมากกว่าต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่
ลดลง ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยมีแนวโน้มหดตัวลงมาอยู่ที่ 35 เหรียญต่อboe จาก 39 เหรียญต่อ boe ในไตรมาส 4/58 ซึ่งจะกดดันกำไรหลักลงมาอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาทเมื่อเทียบกับ 1.8 พันล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
…แต่กำไรไตรมาส 2/59 มีแนวโน้มหดตัว
ถ้าไม่มองปัจจัยด้านราคาน้ำมันดิบ กำไรไตรมาส 2/59 จะปรับลงอย่างมีนัยฯ จากสมมุติฐานราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ 40 เหรียญต่อบาร์เรลในปัจจุบัน เราคาดกำไรหลังหักภาษีในไตรมาส 2/59 จะอยู่ในระดับเกือบคุ้มทุน ทั้งนี้จากตารางการปรับราคาก๊าซในเดือนเม.ย. ราคาก๊าซของบริษัทมีแนวโน้มหดตัวลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 5.5 เหรียญต่อ boe จาก 6.2เหรียญต่อ
boe ในไตรมาส 1/59 ซึ่งอาจจะกดดันราคาขายเฉลี่ยลงอีก 0.5 เหรียญต่อboe QoQ มาอยู่ที่ 34.5 เหรียญต่อ boe นอกจากนี้ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซจะกดดันยอดขายปิโตรเลียมรวมทั้งดันต้นทุนการผลิตต่อหน่วยให้สูงขึ้น เงินดอลลาร์ที่อาจแข็งค่าขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกดดันกำไรหลังหักภาษีลงอีก (ดู Figures 1 and 2)
ยอดขายปิโตรเลียมมีแนวโน้มต่ำกว่าคาดฯ – กดดันกำไรปี 2559
เราและตลาดมีแนวโน้มปรับลดประมาณการปี 2559 สูงขึ้น เรามองยอดขายปิโตรเลียมมีแนวโน้มต่ำกว่าประมาณการของเราและบริษัทที่ 3.23 แสน boe/d เศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะกดดันอุปสงค์ก๊าซของประเทศ และยอดขายของบริษัท นอกจากนี้การที่ PTT ยังมีกำลังการผลิตเหลือในโรงงานรับ LNG แห่งแรกอยู่ เรามองว่าการนำเข้า LNG ในราคาที่ถูกมีความเป็นไปได้อยู่มาก ซึ่งเราคำนวณว่าหากประเด็นข้างต้นเกิดขึ้นจริง PTT อาจจะซื้อก๊าซน้อยลง
ราคาก๊าซจะแตะจุดต่ำสุดในไตรมาส 4/59–ราคาน้ำมันดิบเป็นปัจจัยสำคัญ
จากธรรมชาติของราคาก๊าซที่จะปรับตัวช้ากว่าราคาน้ำมันดิบ ราคาขายก๊าซของ PTTEP จึงมีแนวโน้มอ่อนตัวลงทั้งปี 2559 ซึ่งเรามองว่าจะแตะจุดต่ำสุดที่ 5.1 เหรียญต่อ boe ในไตรมาส 4/59 และค่าเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่5.5 เหรียญต่อ boe ในปี 2559 เทียบกับ 7.2 เหรียญต่อ boe ในปี 2558 เนื่องจาก PTTEP เป็นบริษัทที่ผลิตก๊าซเป็นหลัก ราคาก๊าซที่หดตัวลงจะกระทบต่อราคาขายเฉลี่ยของบริษัท ซึ่งหากราคา น้ำมันดิบเคลื่อนไหวในกรอบถึงสิ้นปี 2559 (ไม่ปรับตัวขึ้นอย่างที่เราและตลาดคาดไว้ในครึ่งปีหลัง) ราคาขายเฉลี่ยจะแตะจุดต่ำสุดที่ 32 เหรียญต่อ boe ต่ำกว่าต้นทุนที่ 34-35 เหรียญต่อ boe อยู่พอสมควร และจะส่งผลให้มีการปรับประมาณการกำไรของเราและตลาดลงเพื่อสะท้อนปัจจัยดังกล่าว








