ปตท. เชื่อ ราคาน้ำมันผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ประเมินทิศทางราคาจะเริ่มปรับขึ้นสู่จุดสมดุลได้ในอนาคต
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ราคาพลังงานโลกช่วงนี้ลดลงและเป็นเรื่องดีต่อประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยแม้จะมีพลังงานในประเทศเองแต่ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ ทำให้ปี 2558 มียอดนำเข้าพลังงานสุทธิถึงร้อยละ 55 ของพลังงานที่ใช้ในประเทศทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ากว่า 600,000-700,000 ล้านบาท และราคาน้ำมันที่ปรับลดลงค่อนข้างมากและเป็นระดับราคาที่ปรับลดลงลึกในปัจจุบันเป็นระดับราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตน้ำมัน โดยขณะนี้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับประมาณ 30-40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และสถานการณ์นี้น่ายังคงต่อเนื่องไปพอสมควร แต่ระดับราคาน้ำมันที่สมดุลควรจะในระดับประมาณ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลง เนื่องจากมีปริมาณน้ำมันจากนอกกลุ่มโอเปคผลิตออกมามาก เช่น เชลล์ออยมีการลงทุนและผลิตทดแทนการนำเข้าในสหรัฐอเมริกามาก แต่ผลจากการที่ระดับราคาน้ำมันอยู่ที่ 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลลซึ่งเป็นระดับราคาที่ถือว่าต่ำมาก เชื่อว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ต่ำนี้จะไม่จูงใจให้มีการผลิตเชลล์ออยเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น ระดับราคาที่ลงมาต่ำถึง 26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาน่าจะเป็นการผ่านจุดต่ำสุดของราคาน้ำมันไปแล้ว และจากนี้ไประดับราคาน้ำมันโลกจะค่อย ๆ กลับสู่จุดสมดุลได้ในอนาคต
นายเทวินทร์ ยืนยันด้วยว่าแม้ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงมาจนเหลือราคา 1 ใน 3 ของราคาเดิมที่สูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ในระดับกว่า 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลลนั้น ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ค้าน้ำมันขายปลีกปัจจุบันมีกำไรต่ำเพียงลิตรละ 1.50 บาทบวกลบเล็กน้อยเท่านั้น ที่เหลือเป็นราคาเนื้อน้ำมันจริง ๆ ประมาณลิตรละ 12 บาท และยังมีภาระภาษีสรรพสามิตน้ำมัน การจัดเก็บเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้ในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศ และผลจากการที่ราคาน้ำมันในประเทศไทยมีราคาถูก หากพิจารณาด้านประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของไทยแล้วจะพบว่าต่ำหรือใช้น้ำมันเปลืองนั่นเอง ดังนั้น จึงอยากให้คนไทยร่วมใจกันประหยัดพลังงาน
นายเทวินทร์ กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ปตท.เตรียมงบลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาทในการจัดหาและขนส่งพลังงานและพัฒนาสถานีบริการน้ำมันให้มีความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งขณะนี้รูปแบบสถานีบริการน้ำมันของไทยเป็นที่ถูกใจและ ปตท.ขยายธุรกิจออกไปในประเทศเพื่อนบ้านและล่าสุดมีการนำรูปแบบนี้ไปใช้ในตะวันออกกลางแล้วเช่นกัน






