วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขยับขึ้นในกรอบจำกัด

เก็บสะสมหุ้นปันผลสูงในกลุ่ม พลังงานปลายน้ำ สื่อสาร อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA  :   ขยับขึ้นในกรอบจำกัด

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มบวกขึ้นได้เล็กน้อย หลังจากย่อลงเมื่อวานนี้ โดยแรงหนุนยังคงมาจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติและกองทุนสถาบันบางส่วนก่อนช่วง window dressing ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดไทยจะยังไม่สามารถปรับขึ้นได้มาก เนื่องจากความกังวลเรื่องเฟดที่อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ในไตรมาสที่ 2 จะยังคงหนุนดอลล่าห์และกดดันราคาน้ำมัน ทางด้านปริมาณการซื้อขายคาดว่าจะเบาบางในวันนี้ เนื่องจากตลาดส่วนใหญ่ปิดทำการช่วงวันหยุดยาว อีกทั้งตลาดไทยขาดปัจจัยใหม่ๆเข้ามาสนับสนุน แนะนำติดตามตัวเลขการส่งออกที่คาดว่าจะอ่อนแอลงต่อเป็นเดือนที่ 14 ติดต่อกัน และแนะนำทยอยขายทำกำไรขณะที่ดัชนียืนอยู่เหนือ 1400 จุด เพื่อรอรับใหม่เมื่อดัชนีย่อลงใกล้ 1380 จุด

แนวรับ/แนวต้าน : 1380/1420 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นปันผลสูงในกลุ่ม พลังงานปลายน้ำ สื่อสาร อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

1) DRT (5.20) : แผนขยายธุรกิจไปยังประเทศลาวและพม่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขึ้นเป็น 18% และ 20% ในปี 59 และ 60 ตามลำดับซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้จากในประเทศที่ลดลง นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดของ DRT จะช่วยทำให้ margin อยู่ในระดับเดิมแม้ยอดขายลดลง อีกทั้ง DRT ยังมี dividend yield ที่สูงถึง 7% ในปี 59

2) THCOM (35) : เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 59 หนุนจากการรับรู้รายได้จากดาวเทียม Thaicom 7 ประกอบกับเงินบาทที่อ่อนค่าลงและการเปิดให้บริการดาวเทียม Thaicom 8 นอกจากนี้ เราคาดว่า dividend yield ในปี 59 จะอยู่ที่ 6.2%

3) PS (34) : บริษัทฯ จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นด้านอสังหาฯ ของรัฐบาลและความต้องการด้านอสังหาฯ ที่เกิดขึ้นจริงเนื่องจากเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มโครงการแนวราบ นอกจากนี้ ยอดจอง (พรีเซล) ของ PS อยู่ในระดับสูงและมี dividend yield สูงถึง 4.6%

4) CPF (30) : เราคาดว่ากำไรหลักจะฟื้นตัวขึ้นแข็งแกร่งจาก 1,200 ล้านบาทในปี 58 มาอยู่ที่ 6,000 ล้านบาทในปี 59 ด้วยปัจจัยหนุนจากสภาวะเศรษฐกิจและความต้องการที่ดีขึ้น, ผลผลิตไก่และหมูที่ลดลงซึ่งจะช่วยทำให้ราคาขายสูงขึ้น, ธุรกิจกุ้งและโรงงานผลิตไก่ที่ประเทศตุรกีที่ฟื้นตัวขึ้นหลังประสบผลขาดทุนในปี 58 และกำไรพิเศษ 1,500 ล้านบาทจากบริษัทไก่ในรัสเซียคือ S&W ที่ทาง CPF เข้าซื้อกิจการในเดือน ธ.ค.58 นอกจากนี้ เราคาดว่า dividend yield ในปี 59 จะอยู่ที่ 4%

5) SCC (630) : ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของกลุ่มเคมีภัณฑ์จะช่วยหนุน bottom-line จนถึงปี 61 เป็นอย่างน้อยหนุนจากซัพพลายที่ตึงตัว (ซัพพลายเพิ่มขึ้นแต่ความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่า) นอกจากนี้ Chandra Asri cracker ซึ่งเป็นโรงผลิตด้านเคมีภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียที่ SCC ถือหุ้นอยู่ 30% จะเสร็จสิ้นขั้นตอน debottlenecking ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต cracker ขึ้น 43% อยู่ที่ 1.3 ล้าน tpa ประกอบกับความต้องการซีเมนต์ที่มากขึ้นในภูมิภาคและโรงผลิตซีเมนต์ใหม่ที่ประเทศกัมพูชาและอินโดนีเซียจะช่วยเพิ่มกำไรหลักในปี 59 ขึ้น 17% และเราคาดว่า dividend yield ในปี 58 จะอยู่ที่ 4%


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ รัฐบาลตัดสินใจลงทุนรถไฟความเร็วสูง "กรุงเทพฯ-โคราช" ขณะจีนดูแลก่อสร้างเทคโนโลยี นายกฯ ชี้จีนไม่ติดใจไทยสร้างรถไฟเอง "อาคม" แจงโครงการล่าช้ากว่าแผนเดิม 4-5 เดือน สั่งคลังจัดหาวงเงินลงทุน 1.7 แสนล้าน ด้านนักวิชาการหนุนดำเนินการเอง ประเมินคุ้มค่าการลงทุน

- สศก.แจงวิกฤติแล้ง ฉุดจีดีพีภาคเกษตรไตรมาสแรก ติดลบ 2.1% กระทบผลผลิตข้าวนาปี นาปรัง มัน อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน ลำไย รวมถึงประมงออกสู่ตลาดน้อย ขณะปศุสัตว์-ป่าไม้ ยังขยายตัว แต่ทั้งปีคาดขยายตัว 1.8 - 2.8% มั่นใจลานีญาโผล่ปลายปีแล้งคลี่คลาย ดันเพาะปลูก 2559/60 เข้าสู่ภาวะปกติ

+ ทัพธุรกิจจีนบุกพัทยา-ภูเก็ต-เชียงใหม่ ลงทุน 1,000 ล้านหยวน ร่วม "888 แลนด์ แอนด์ เดเวลลอปเม้นท์" สร้างบ้านหลังที่ 2 แบบ คลับเฮ้าส์หรู รองรับนักธุรกิจระดับพรีเมียมจากจีน "พินิจ" ระบุช่วยเสริมการท่องเที่ยวและลงทุนในไทย ขณะที่ "วิษณุ" หนุนเอกชนจับมือจีนพัฒนาอสังหาฯ เชื่อไทยได้ประโยชน์ใน 3 ด้าน

- นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง จะปรับประมาณการเศรษฐกิจ (จีดีพี) ลดลง จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.7% เนื่องจากเศรษฐกิจมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่คงปรับลดลงไม่มาก เพราะรัฐบาลได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาต่อเนื่อง ทั้งที่ทำไปแล้วและกำลังจะออกมาเพิ่มเติม ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้มากกว่า 3.1% ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลงมาล่าสุด

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,515.73 จุด เพิ่มขึ้น 13.14 จุด หรือ +0.08%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) เพราะได้แรงหนุนหลังจากมีรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มากเท่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นักลงทุนยังชะลอการซื้อขายก่อนที่ตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการในวันศุกร์ เนื่องในวัน Good Friday

- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวลง 92.63 จุด หรือ -1.49% ที่ 6,106.48 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลดลงคืนนี้ (24 มี.ค.) นำโดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มพลังงาน จากการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 108.65 จุด หรือ 0.64% แตะที่ 16,892.33 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลง เพราะได้รับแรงกดดันจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กและราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลง

+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ค.ปิดลดลง 33 เซนต์ หรือ 0.8% แตะที่ 39.46 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 6