สศก. ระบุ สถานการณ์ภัยแล้งปี 58 สร้างความเสียหายภาคเกษตร 15,000 ล้านบาท ส่วนภาวะศก.การเกษตรไตรมาส 1/59 หดตัวลง 2.1%
นายสุรพงษ์ เจียสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งปี 2558 ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้พื้นที่ทางการเกษตรครอบคลุม 2.87 ล้านไร่ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบมากกว่า 270,000 ราย เกษตรกรไม่สามารถเพาะปลูกได้ตามฤดูกาลส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเกษตรตามมาโดยปี 2558 มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 15,000 ล้านบาท
ส่วนภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาส 1 ปี 2559 หดตัวลงร้อยละ 2.1 โดยวัดจากมูลค่าภาคเกษตร ที่ราคาคงที่ จาก 111,000 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2558 เหลือ 108,000 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปีนี้ โดยสาขาที่การผลิตหดตัวได้แก่ สาขาพืช สาขาประมงและสาขาบริการทางการเกษตร ขณะที่สาขาประปศุสัตว์และสาขาป่าไม้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11
ปัจจัยลบที่ทำให้ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาสแรกของปีนี้หดตัวคือ ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติ ก่อให้เกิดภาวะแห้งแล้งในหลายพื้นที่ของประเทศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 ต่อเนื่องมาจนถึงต้นปีนี้เเละ ปริมาณน้ำใช้ได้ในเขื่อนหลักต่างๆอยู่ในเกณฑ์น้อยมากซึ่งกรมชลประทานจำเป็นต้องควบคุมและ จัดสรรการใช้น้ำเพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงการรักษาระบบนิเวศก่อน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชหลายชนิด ทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี 2559 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 1.8 ถึง 2.8 จากเดิมที่เคยประมาณการในช่วงปลายปีว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.5 – 3.5 เป็นการปรับลดลงสอดคล้องกับการประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยเช่น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)จากเดิมที่เคยประมาณการในช่วงปลายปีที่ผ่านมาว่าเศรษฐกิจไทยปี59 จะโตร้อยละ 3.8 ซึ่งต้นปี 59 ปรับลดลงประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 3.2 ถึง 4.2
โดยรายละเอียดคาดกาณ์ภาคการเกษตรปี 59 สาขาพืชคาดว่าจะ ขยายตัวอยู่ในช่วงละ 2.2 ถึง 3.2 สาขาปศุสัตว์ขยายตัวอยู่ในช่วงละ 1.5 -2.5 สาขาประมงขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 0.5-1.5 สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 0.3- 1.3 และสาขาป่าไม้ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 2.3 ถึง 3.3 โดยขณะนี้มีการคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า ฝนจะมาตกในช่วงเดือนพฤษภาคมและจะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปี 2558 ในขณะที่ ปรากฏการณ์ เอลนีโญที่ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติ จะค่อยเปลี่ยนแปลงไปสู่การมีมีฝนมากขึ้นและจะเข้าสู่ภาวะลานีญาได้ในช่วงปลายปี 59
สำหรับปัจจัยบวก ได้แก่ ราคาน้ำมันที่ส่งตัวอยู่ในระดับต่ำทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงหรือไม่ปรับขึ้นมากนัก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงซึ่งเป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทย การดำเนินนโยบายด้านการเกษตรต่างๆของภาครัฐเช่น การลดต้นทุนการผลิต ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เขตเศรษฐกิจและเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น






