วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธอส.เผยมีผู้ยื่นกู้บ้านประชารัฐแล้ว 2 พันราย

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เผย มีผู้ยื่นกู้บ้านประชารัฐแล้ว 2 พันราย คาดเต็มวงเงิน 2 หมื่นลบ. ภายใน 2 เดือน

นายฉัตรชัย ศิริไล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานสินเชื่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส.เปิดเผยถึงโครงการบ้านประชารัฐที่เปิดให้ประชาชนยื่นกู้ในวันนี้เป็นวันแรก ว่า ภายหลังเปิดให้บริการในวันนี้ตั้งแต่เวลา 08.30 น. มีประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจเข้ามาติดต่อขอกู้ 2,000 ราย โดยส่วนใหญ่ขอกู้เงินเฉลี่ย 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งหากเอกสารครบถ้วนจะสามารถอนุมัติได้ 5-7 วันทำการ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้คาดจะมีประชาชนขอกู็อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะใช้เวลา 2 เดือนจะเต็มวงเงิน 20,000 ล้านบาท เนื่องจากโครงการบ้านประชารัฐ มีการคิดอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนและเต็มกว่าตลาดถึง 2%โดยหากกู้เงินไม่เกินวงเงิน 700,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 6 ปี อยู่ที่ 3.16% หรือผ่อนชำระเพียงเดือนละ 3,000 บาทต่อเดือน และหากกู้เงินไม่เกินวงเงิน 1.5 ล้านบาท ดอกเบี้ยเฉลี่ย 6 ปีที่ 4% หรือผ่อนชำระเพียงเดือนละ 7,200 บาทต่อเดือน เท่านั้น

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังไม่ระบุในส่วนของรายได้ขั้นต่ำของผู้กู้ ในขณะเดียวกันยังเปิดกว้างให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือ ไม่มีการเดินบัญชี หรือเอกสารทางการเงินสามารถยื่นกู้เงินได้ แต่ธนาคารจะใช้วิธีการลงพื้นที่ในการตรวจสอบกิจการ หรือ ดูจากบัญชีเงินฝาก เอกสารรายรับและรายจ่ายที่แสดงรายได้ แทนสลิปเงินเดือนและยังผ่อนปรนการพิจารณาเรื่องของเครดิตในอดีต หากมีประวัติหนี้เสีย แต่ได้ปรับปรุงสถานะให้ดีขึ้นภายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธนาคารจะผ่อนปรนให้สามารถกู้เงินในโครงการได้และสามารถใช้หลักเกณฑ์เดียวกับโครงการบ้านที่มีรายได้น้อย ที่พิจารณาหนี้เสียต่อรายได้สุทธิถึง 50%

ทั้งนี้ หากโครงการบ้านประชารัฐได้รับความสนใจมากกว่าวงเงิน 20,000 ล้านบาทที่ตั้งไว้ จะมีการประเมินและพิจารณาเรื่องการขยายวงเงินอีกครั้ง โดยหากรัฐบาลเข้ามาให้การสนับสนุนก็สามารถขยายวงเงินได้เพิ่มเติม เพราะการทำโครงการดังกล่าวนั้น คาดว่าจะธนาคารสูญเสียรายได้ในส่วนของดอกเบี้ยปีละ 300-400 ล้านบาท

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ธนาคารยังได้เตรียมสินทรัพย์รอการขาย หรือ NPA เข้าร่วมโครงการกว่า 2,300 รายการ และเพื่อให้ลูกค้าประชาชนมีโอกาสได้รับวงเงินกู้ที่สูงขึ้นเพียงพอต่อการซื้อบ้านในฝันของตนเอง ธอส.จึงผ่อนปรนสัดส่วนความสามารถการชำระหนี้ต่อรายได้ เพิ่นเป็นสูงสุดไม่เกิน 50% ของรายได้สุทธิต่อเดือนกรณีลูกค้ารายย่อย กรณีลูกค้าสวัสดิการที่ทำข้อตกลงหักเงินเดือนกับธนาคารจะใช้ DSR ที่ 80% ของรายได้สุทธิ ผ่อนชำระสูงสุดนาน 30 ปี ซึ่งจะทำให้วงเงินกู้ของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น และอัตราผ่อนชำระรายเดือนลดลง