วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทดสอบแนวต้าน 1400 จุด

เก็บสะสมหุ้นปันผลสูงในกลุ่ม พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA  :  ทดสอบแนวต้าน 1400 จุด

ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มขยับขึ้นต่อ โดยปัจจัยหนุนมาจากประเด็น JAS ที่ไม่สามารถจ่ายค่าใบประมูลได้ ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าการแข่งขันจะไม่รุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายคาดไว้ก่อนหน้านี้ จึงมีผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มสื่อสาร นอกจากนี้ ราคาน้ำมันขยับขึ้นเหนือ 41 เหรียญต่อบาเรลจะเป็นแรงหนุนให้กลุ่มพลังงานในวันนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เราแนะนำทยอยขายเมื่อดัชนีขึ้นเหนือ 1400 จุดเนื่องจาก sentiment บวกของกลุ่มสื่อสารจะมีเพียงชั่วคราวและหลังตลาดรับรู้ข่าวนี้ ตลาดจะมีโอกาสขยับลงมาได้ต่อ ทั้งนี้ เราคงราคาเป้าหมายของหุ้นทั้ง 4 ตัว ADVANC, TRUE, DTAC, JAS ไว้เท่าเดิม

แนวรับ/แนวต้าน : 1380/1400 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นปันผลสูงในกลุ่ม พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

1) DRT (5.20) : แผนขยายธุรกิจไปยังประเทศลาวและพม่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขึ้นเป็น 18% และ 20% ในปี 59 และ 60 ตามลำดับซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้จากในประเทศที่ลดลง นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดของ DRT จะช่วยทำให้ margin อยู่ในระดับเดิมแม้ยอดขายลดลง อีกทั้ง DRT ยังมี dividend yield ที่สูงถึง 7% ในปี 59

2) THCOM (35) : เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 59 หนุนจากการรับรู้รายได้จากดาวเทียม Thaicom 7 ประกอบกับเงินบาทที่อ่อนค่าลงและการเปิดให้บริการดาวเทียม Thaicom 8 นอกจากนี้ เราคาดว่า dividend yield ในปี 59 จะอยู่ที่ 6.2%

3) PS (34) : บริษัทฯ จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นด้านอสังหาฯ ของรัฐบาลและความต้องการด้านอสังหาฯ ที่เกิดขึ้นจริงเนื่องจากเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มโครงการแนวราบ นอกจากนี้ ยอดจอง (พรีเซล) ของ PS อยู่ในระดับสูงและมี dividend yield สูงถึง 4.6%

4) CPF (30) : เราคาดว่ากำไรหลักจะฟื้นตัวขึ้นแข็งแกร่งจาก 1,200 ล้านบาทในปี 58 มาอยู่ที่ 6,000 ล้านบาทในปี 59 ด้วยปัจจัยหนุนจากสภาวะเศรษฐกิจและความต้องการที่ดีขึ้น, ผลผลิตไก่และหมูที่ลดลงซึ่งจะช่วยทำให้ราคาขายสูงขึ้น, ธุรกิจกุ้งและโรงงานผลิตไก่ที่ประเทศตุรกีที่ฟื้นตัวขึ้นหลังประสบผลขาดทุนในปี 58 และกำไรพิเศษ 1,500 ล้านบาทจากบริษัทไก่ในรัสเซียคือ S&W ที่ทาง CPF เข้าซื้อกิจการในเดือน ธ.ค.58 นอกจากนี้ เราคาดว่า dividend yield ในปี 59 จะอยู่ที่ 4%

5) SCC (630) : ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของกลุ่มเคมีภัณฑ์จะช่วยหนุน bottom-line จนถึงปี 61 เป็นอย่างน้อยหนุนจากซัพพลายที่ตึงตัว (ซัพพลายเพิ่มขึ้นแต่ความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่า) นอกจากนี้ Chandra Asri cracker ซึ่งเป็นโรงผลิตด้านเคมีภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียที่ SCC ถือหุ้นอยู่ 30% จะเสร็จสิ้นขั้นตอน debottlenecking ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต cracker ขึ้น 43% อยู่ที่ 1.3 ล้าน tpa ประกอบกับความต้องการซีเมนต์ที่มากขึ้นในภูมิภาคและโรงผลิตซีเมนต์ใหม่ที่ประเทศกัมพูชาและอินโดนีเซียจะช่วยเพิ่มกำไรหลักในปี 59 ขึ้น 17% และเราคาดว่า dividend yield ในปี 58 จะอยู่ที่ 4%

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ กระทรวงคลัง ดันแพ็คเกจ "ฟื้น" เศรษฐกิจ แจกเงินประชาชนข้าราชการ ให้สิทธิลดหย่อนภาษี "เที่ยว-กิน" ช่วงสงกรานต์ ย้ำเตรียมออกมาตรการกระตุ้นจนกว่าลงทุนภาครัฐเริ่มเห็นผล พร้อมเผย "ส่งออก" ก.พ.พลิกเป็นบวก 10% นักวิชาการเตือนรัฐมาตรการได้ผลแค่ชั่วคราวช่วยเหลือไม่ตรงกลุ่ม

+ "สหพัฒน์" ยันกำลังซื้อผ่านจุดต่ำสุด เชื่อเศรษฐกิจ-กำลังซื้อปีนี้เริ่ม "ผงกหัว" ส่งสัญญาณยอดขายสหพัฒน์ 2เดือนแรกโต17% เร่งอัดงบตลาดเพิ่มเท่าตัว ติดสปีดดันยอดขายปีนี้โต 10% รุกธุรกิจโลจิสติกส์ ยอมรับอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรโลจิสติกส์หลายราย ขยายฐานจัดจำหน่ายครอบคลุมมากขึ้น

- "แจส" ไม่จ่ายค่าไลเซ่นส์ 4 จี คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ กทค.แจงต้องจ่ายค่าเสียหายพร้อมตรวจสอบธุรกิจที่รับใบอนุญาต ชี้ประมูลใหม่ต้องยึดราคาที่ผู้ชนะประมูลไปครั้งที่แล้ว "สมเกียรติ" อัดผู้บริหาร "แจส" ขาดความเป็นมืออาชีพ "ดีแทค" เสนอหาทางออกร่วมราคาประมูลตั้งต้น 1.6 หมื่นล้าน ขณะที่หุ้นสื่อสารรายใหญ่คึกคักโบรกแนะเลี่ยงลงทุน

- มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง คาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5% เนื่องจากภาคการส่งออกยังอ่อนแอกระทบต่อภาคการผลิต และเศรษฐกิจในประเทศยังคงไม่ฟื้นตัว ชี้ลดดอกเบี้ยอาจทำหนี้เอกชนพุ่ง

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,623.87 จุด เพิ่มขึ้น 21.57 จุด หรือ +0.12%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.) ทำสถิติปิดบวกติดต่อกัน 7 วันทำการ โดยตลาดได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ดีดตัวขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับข่าวแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เสนอซื้อกิจการบริษัทสตาร์วูด โฮเต็ลส์ แอนด์ รีสอร์ท เวิลด์ไวด์ อิงค์ เป็นมูลค่าสูงกว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์

- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวลดลง 5.06 จุด หรือ 0.08% ที่ 6,184.58 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.) หลังการราคาหุ้นกลุ่มธนาคารอ่อนแรงลง ในขณะที่ตลาดจับตาการเสนอซื้อกิจการของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่

- สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน เม.ย.ปิดเพิ่มขึ้น 47 เซนต์ หรือ 1.2% แตะที่ระดับ 39.91 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานว่า การผลิตน้ำมันในสหรัฐปรับตัวลดลง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด