กระแสตอบรับที่ดีจากโรดโชว์ในประเทศ
ประเด็นการลงทุน
เราพาผู้บริหาร INTUCH ไปโรดโชว์ในประเทศและได้รับกระแสตอบรับโดยภาพรวมจากนักลงทุนในประเทศเป็นอย่างดี จากความชัดเจนที่มีมากขึ้นสำหรับประเด็นในเรื่องผลการดำเนินงานและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ นอกจากนี้ผู้บริหารยังให้มุมมองที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มโดยรวมของทั้งอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่และดาวเทียม ซึ่งรวมถึงภาวะการแข่งขันในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4 จี แผนการลงทุนและขยายโครงข่าย 4 จี มาตรการที่จะตามมาหลังจากซิม 2 จีดับ รวมถึงความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่เพิ่มมากขึ้นของดาวเทียมไทยคม 8 และไทยคม 9 รวมถึงธุรกิจใหม่อื่นๆ ของ INTUCH ด้วย
และเนื่องจากมุมมองของตลาดที่ประเมินว่า JAS จะไม่สามารถไปจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซได้ทันภายในวันที่ 21 มี.ค.นี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของ INTUCH ปรับเพิ่มขึ้น 18% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน แต่เรายังคงมุมมองเดิมว่า JAS จะสามารถจ่ายค่าใบอนุญาต 900 เมกะเฮิร์ซได้ทันภายในวันที่ 21 มี.ค.นี้ ส่งผลให้เราคาดว่าราคาหุ้น INTUCH มีแนวโน้มอ่อนตัวลงเพื่อรับข่าวดังกล่าว และแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อสะสมหุ้น INTUCH ในช่วงที่ราคาหุ้นอ่อนตัวลง ณ บริเวณกรอบราคาที่เงินปันผลค้ำอยู่ ในฐานะที่หุ้น INTUCH เป็นหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่ดี เราประเมินว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่นักลงทุนสามารถที่จะรับได้สำหรับหุ้น INTUCH ควรจะอยู่ที่ 7-7.5% ซึ่งจะหมายถึงราคาแนวรับของหุ้น INTUCH ที่ควรเข้าซื้อสะสมในช่วงราคา 50-53.50 บาท INTUCH และ ADVANC ยังคงเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบมากที่สุดในกลุ่มไอซีที
รายได้ 2 จีที่หายไปอยู่ในประมาณการของเราแล้ว
ADVANC ตั้งเป้าที่จะย้ายผู้ใช้บริการที่ถือเครื่องโทรศัพท์ 2 จีจำนวน 8 ล้านราย (จากทั้งหมด 11 ล้านราย) ภายใต้สมมติฐานของการที่ ADVANC เข้าไปใช้คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซกับ JAS (บนโครงข่าย 2 จีของทีโอที) รวมถึงคลื่นความถี่ 2 จี 1800 เมกะเฮิร์ซของ DTAC เราประเมินว่ายังคงเป็นความท้าทายของ ADVANC ที่จะเร่งย้ายลูกค้าอีก 3 ล้านรายเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 8 ล้านราย ADVANC ได้ทำการโอนย้ายลูกค้า 2 จีไปเป็นลูกค้าที่ถือเครื่อง 3 จีหรือลูกค้าที่อยู่ภายใต้ใบอนุญาต 3 จี/4 จีแล้วจำนวน 5 ล้านราย (แบ่งเป็น 2-3 ล้านรายรับเครื่อง 3 จี/4 จีไปแล้ว และอีก 2 ล้านรายอยู่ระหว่างการรอรับเครื่องโทรศัพท์) เราประมาณการอย่างอนุรักษ์นิยมว่า ADVANC มีแนวโน้มที่จะได้รายได้จากลูกค้า 2 จีที่ย้ายมาจำนวน 4 พันล้านบาท เทียบกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดจำนวน 8 พันล้านบาทที่ต้องใช้ไปกับการดูแลลูกค้า 2 จี กสทช.จะพิจารณาทำการออกใบอนุญาต 900 เมกะเฮิร์ซให้กับ JAS ได้ในวันที่ 15 เม.ย. ภายใต้สมมติฐานว่า JAS ทำการจ่ายค่าใบอนุญาตทันภายในวันที่ 21 มี.ค. ซึ่งจะอิงกับคำสั่งศาลสำหรับระยะเวลาคุ้มครองลูกค้า 2 จีโดยยืดต่อระยะเวลาซิม 2 จีดับออกไปอีก 30 วัน
THCOM มีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบเพิ่มมากขึ้น
เราเชื่อว่าความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของ THCOM เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากกระทรวงไอซีทีได้ตัดสินใจถอนการยื่นรักษาวงโคจร 119.5 องศาของดาวเทียมไทยคม 9 กับทางไอทียูในช่วงที่ผ่านมา โดยให้เป็นการตัดสินใจและขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับธุรกิจดาวเทียมในประเทศ เรายังไม่ได้คำนวณดาวเทียมไทยคม 9 เข้าไปในประมาณการของเราแต่อย่างใด และจากการที่กสทช.ได้ทำการออกใบอนุญาตให้กับดาวเทียมไทยคม 8 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจึงเชื่อว่ากระทรวงไอซีทีไม่มีสิทธิที่จะหยุดหรือระงับการยิงดาวเทียมไทยคม 8 โดยอ้างเหตุผลว่าไม่ชอบธรรมด้านกฎหมาย รวมถึงกระทรวงไอซีทีก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกเก็นค่าธรรมเนียมจากดาวเทียมไทยคม 8 เพิ่มขึ้น
ศักยภาพการเติบโตจากธุรกิจใหม่
ธุรกิจร่วมทุนโฮมช้อปปิ้งกับบริษัทฮุนไดซึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2559 คาดว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดขึ้นมาเป็น 20% ของมูลค่าตลาดรวมโฮมช้อปปิ้งซึ่งอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาทได้ภายในปี 2563 เราคาดว่าธุรกิจโฮมช้อปปิ้งจะถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 4 ปี นอกจากนี้นโยบายระบบอีเพย์เม้นต์แห่งชาติน่าจะถือว่าเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับบริการอีเพย์เม้นต์ที่จะเชี่อมต่อ และเปลี่ยนไปสู่บริการเก็บเงินผ่านฐานลูกค้าของ ADVANC ที่มีขนาดใหญ่มากไม่ว่าจะเป็นช่องทางผ่านโมบายแอ็พและอีเพย์เม้นต์ ภายใต้การเชื่อมต่อบริการไปยังลูกค้าของ ADVANC จำนวนมากอนาคต เราประเมินว่าทั้งสองธุรกิจจะเป็นตัวแปรขับเคลื่อนผลประกอบการสำคัญสำหรับพอร์ตการลงทุนของ INTUCH ในอนาคต เราคาดว่าสัดส่วนของธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ADVANC มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 25% ในปี 2563 (เพิ่มขึ้นจากที่น้อยกว่า 5%ในปี 2558) โดยมีปัจจัยหนุนจากเงินร่วมลงทุนในธุรกิจขนาดเล็กที่มีการเติบโตดี (venture capital) บริการอีเพย์เม้นต์และธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง






