วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีบาวด์

ทยอยขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมามากแล้ว เช่น กลุ่มแบงก์และสื่อสาร

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA :   รีบาวด์

ตลาดไทยวันนี้มีเเนวโน้มจะเเกว่งในเเดนบวกหลังผลการประชุมเฟดช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน โดยเฟดได้ส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยโดยลดจำนวนครั้งลงในปีนี้ด้วยความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าเเละราคาน้ำมันขยับขึ้น เเนะนำทยอยขายหุ้นที่ราคาขึ้นมามากเเล้วเมื่อใกล้1400 จุด เพื่อซื้ออีกรอบเมื่อดัชนีย่อลงต่ำกว่า 1380 จุด

แนวรับ/แนวต้าน : 1350/1400 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

กลยุทธ์ : ทยอยขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมามากแล้ว เช่น กลุ่มแบงก์และสื่อสาร เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

1) DRT (5.20) : แผนขยายธุรกิจไปยังประเทศลาวและพม่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขึ้นเป็น 18% และ 20% ในปี 59 และ 60 ตามลำดับซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้จากในประเทศที่ลดลง นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดของ DRT จะช่วยทำให้ margin อยู่ในระดับเดิมแม้ยอดขายลดลง อีกทั้ง DRT ยังมี dividend yield ที่สูงถึง 7% ในปี 59

2) THCOM (35) : เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 59 หนุนจากการรับรู้รายได้จากดาวเทียม Thaicom 7 ประกอบกับเงินบาทที่อ่อนค่าลงและการเปิดให้บริการดาวเทียม Thaicom 8 นอกจากนี้ เราคาดว่า dividend yield ในปี 59 จะอยู่ที่ 6.2%

3) PS (34) : บริษัทฯ จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นด้านอสังหาฯ ของรัฐบาลและความต้องการด้านอสังหาฯ ที่เกิดขึ้นจริงเนื่องจากเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มโครงการแนวราบ นอกจากนี้ ยอดจอง (พรีเซล) ของ PS อยู่ในระดับสูงและมี dividend yield สูงถึง 4.6%

4) CPF (30) : เราคาดว่ากำไรหลักจะฟื้นตัวขึ้นแข็งแกร่งจาก 1,200 ล้านบาทในปี 58 มาอยู่ที่ 6,000 ล้านบาทในปี 59 ด้วยปัจจัยหนุนจากสภาวะเศรษฐกิจและความต้องการที่ดีขึ้น, ผลผลิตไก่และหมูที่ลดลงซึ่งจะช่วยทำให้ราคาขายสูงขึ้น, ธุรกิจกุ้งและโรงงานผลิตไก่ที่ประเทศตุรกีที่ฟื้นตัวขึ้นหลังประสบผลขาดทุนในปี 58 และกำไรพิเศษ 1,500 ล้านบาทจากบริษัทไก่ในรัสเซียคือ S&W ที่ทาง CPF เข้าซื้อกิจการในเดือน ธ.ค.58 นอกจากนี้ เราคาดว่า dividend yield ในปี 59 จะอยู่ที่ 4%

5) SCC (630) : ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของกลุ่มเคมีภัณฑ์จะช่วยหนุน bottom-line จนถึงปี 61 เป็นอย่างน้อยหนุนจากซัพพลายที่ตึงตัว (ซัพพลายเพิ่มขึ้นแต่ความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่า) นอกจากนี้ Chandra Asri cracker ซึ่งเป็นโรงผลิตด้านเคมีภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียที่ SCC ถือหุ้นอยู่ 30% จะเสร็จสิ้นขั้นตอน debottlenecking ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต cracker ขึ้น 43% อยู่ที่ 1.3 ล้าน tpa ประกอบกับความต้องการซีเมนต์ที่มากขึ้นในภูมิภาคและโรงผลิตซีเมนต์ใหม่ที่ประเทศกัมพูชาและอินโดนีเซียจะช่วยเพิ่มกำไรหลักในปี 59 ขึ้น 17% และเราคาดว่า dividend yield ในปี 58 จะอยู่ที่ 4%

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "ประยุทธ์" เร่งปั้นโครงสร้างพื้นฐานระบบราง เล็งปรับงบประมาณกันเม็ดเงิน 50% ลงโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต "คมนาคม" รับลูกเดินหน้าจัดตั้งกรมรางคุมโครงการ ยันภายในปี 67 เพิ่มระบบรางอีก 3 พัน กม. ขณะที่เอกชนขอนแก่นลงขันผุดรถรางไฟฟ้า "ช.ทวี ดอลลาเชียน" คาดใช้งบ 1.5 หมื่นล้านดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 64

+ ก.ล.ต.สั่งปรับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน 5 แห่งรวม 10 คน ข้อหาอินไซเดอร์เทรดดิ้ง-สร้างราคาหุ้น-แจ้งข้อมูลเท็จผ่านสื่อ สั่งปลด "ชัย โสภณพนิช" พ้นกรรมการบริหารทันทีพร้อมปรับ 5 แสนบาท แบล็คลิสต์ห้ามยุ่งเกี่ยวตลาดทุน 3 ปี ขณะที่ "วิทูร" ประธานกรรมการบริษัทสยามโกลบอลเฮ้าส์ ถูกปรับมากสุด 24 ล้านบาท เผยผู้บริหาร 2 รายไม่จ่ายเงินยอมถูกกล่าวโทษ

- "บัณฑูร" ห่วงปัญหาขัดแย้งการเมืองซ้ำเติม ภาวะเศรษฐกิจ หลังแนวโน้มไตรมาสแรกชะลอ กำลังซื้อวูบ-เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้น ขณะโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐล่าช้า แนะรัฐบาลเร่งเดินหน้าลงทุน ด้านความเชื่อมั่น ภาคอุตสาหกรรมลดเดือนที่ 2 เหตุ นักลงทุนไม่มั่นใจ ขณะ"สมคิด"จี้เอ็กซิมแบงก์ ทำแผนหนุนผู้ส่งออกลงทุนต่างประเทศ

+ นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้นัดพบกับผู้บริหารระดับสูงของผู้ให้บริการโทรคมนาคมของประเทศ นำโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร ทรู คอร์ปอเรชั่น นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส และนายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค มาร่วมหารือด้วยถึงแนวทางการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อยกระดับการให้บริการโทรคมนาคมของประเทศไทยด้วย

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,325.76 จุด เพิ่มขึ้น 74.23 จุด หรือ +0.43%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ย และได้ลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ลงเหลือเพียง 2 ครั้ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 5%

+ ดัชนี FTSE 100 ปิดเพิ่มขึ้น 35.52 จุด หรือ 0.58% ที่ระดับ 6,175.49 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 4%

- ดัชดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 16,974.45 จุด ลดลง 142.62 จุด -0.83%

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดพุ่งขึ้น 2.12 ดอลลาร์ หรือ 5.8% แตะที่ระดับ 38.46 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มากเท่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ