FOMC หนุนตลาด
SET วานนี้ปรับตัวลงจากแรงขายระยะสั้นเพื่อรอผลการประชุม FOMC รวมถึงแรงขายกลุ่มธนาคารจากความกังวลปัญหา NPL ที่ยังคงสูงขึ้น ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,377.80 จุด (-5.13 จุด) Volume 5.5 หมื่นลบ. โดย Foreign Net -2,337 ลบ. , Net TFEX -2,274 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในช่วง 0.25-0.50% และมีคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปีนี้
+ โครงการบ้านประชารัฐ 7 หมื่นลบ. (สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ 3 หมื่นลบ. และสินเชื่อให้กับผู้ซื้อบ้านหลังแรก 4 หมื่นลบ.) ราคาบ้านไม่เกิน 1.5 ลบ. คาดเข้าครม.สัปดาห์หน้า
+/-เฟด เผย การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนก.พ. / ยอดสร้างบ้านสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนก.พ. / ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐร่วงลง 0.2% ในเดือนก.พ.
- ดัชนีความความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลงในเดือน ก.พ.59 อยู่ที่ระดับ 85.1 / ยอดส่งออกรถยนต์เดือน ก.พ. 104,712 คันปรับตัวลดลง 3.2% YoY
- มูดี้ส์ปรับลดแนวโน้มธนาคารของซาอุดิอาระเบีย จาก "มีเสถียรภาพ" สู่ "เชิงลบ"
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นสุด 38.46 USD/Barrel จากประเด็นกลุ่มประเทศโอเปกและผู้ผลิตนอกกลุ่ม จะจัดการประชุมที่กาตาร์ในวันที่ 17 เม.ย.
- Foreign พลิกเป็น Net Sell 2 วัน ราว 5 พันลบ.
ภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ ได้รับผลบวกจากเฟดที่ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยและปรับลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียง 2 ครั้งจาก 4 ครั้ง นอกจากนี้ SET ยังได้รับแรงหนุนจากการซื้อดัก Window Dressing ในช่วงปลายเดือนมี.ค. ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,370 – 1,390 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบ 1,370 - 1,390 จุด ในกลุ่มที่มีปัจจัยบวก
- KSL BRR ราคาน้ำตาล + 18%WoW ล่าสุด 15.25 USD. จากปรากฏการณ์เอลนิโญ่ และภาวะภัยแล้ง
- TTA PSL RCL ค่าระวางเรือ +24%MoM ล่าสุด 396 จุด
- PS LPN SENA ได้ประโยชน์โครงการบ้านประชารัฐที่เตรียมเข้าครม.อังคารหน้า
- กลุ่มที่คาดว่ากำไรปี 2559 เติบโตขึ้น ได้แก่ BEM TOP IRPC KCE BIG XO PTG
- กลุ่ม High Dividend INTUCH ADVANC KTB KKP BJCHI
ประเด็นข่าวอื่น
- CGH จะออกหุ้นใหม่ไม่เกิน 430 ล้านหุ้น ขาย PP เพิ่มช่องทางระดมทุน
- CHO เซ็นสัญญารับงานกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกแบบพิเศษและกลุ่มบริหารโครงการประเภทงานบริการและซ่อมบำรุงจากลูกค้าเวียดนามและเกาหลีใต้ มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้ ผลักดันให้มูลค่างานในมือ (Backlog) เพิ่มมาที่ราว 650 ล้านบาท
หุ้นแนะนำพิเศษ
IRPC ราคาปิด 5.00 บาท แนะนำซื้อเมื่อย่อตัวและมีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการ
- คาดปี 59 มีกำไรปกติราว 9,094 ล้านบาท +83%YoY เนื่องจากราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับต่ำ และการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ UHV จะช่วยหนุนกำไรปกติเพิ่มเติม
- โครงการ UHV จะเปลี่ยนน้ำมันเตาเป็นโพรพิลีนที่สร้างกำไรได้ดีกว่า แต่บริษัทจะได้ประโยชน์ไม่มากนักเพราะจะมีการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่โรงกลั่นช่วงเดือน พ.ย. เป็นเวลา 1 เดือน แต่ปี 60 ซึ่งเป็นปีที่โครงการ UHV เริ่มการผลิตเต็มปีและไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่จะช่วยหนุนผลประกอบการให้เติบโตได้อีกราว 1 พันล้านบาทเป็นอย่างน้อย
หุ้นมีข่าว
- RML (ราคาปิด 1.07 ถือ เป้า consensus เฉลี่ย 1.10 บาท) แจ้งยกเลิกทำรายการที่จะเข้าลงทุน 100% ใน RML CC5 ซึ่งทำธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่าในสหรัฐ เนื่องจากประเมินว่าอัตราผลตอบแทนจะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า
ความเห็น : ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นเรื่องที่ดีและลดความเสี่ยงจากผลการดำเนินงานที่มีความไม่แน่นอนและลดความต้องการใช้เงินทุน ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีหุ้นละ 0.055 บาทดีกว่าคาดที่ 0.04 บาท yield 5.1% XD 28 เม.ย. วันจ่าย 24 พ.ค. ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PER ต่ำเพียง 4.25 เท่า
- 'ตลท.'การันตีหุ้น'JAS' ซื้อหุ้นคืนไม่ผิดเกณฑ์ จับตาเจรจากับแบงก์ใกล้ลงตัว
ความเห็น: การซื้อหุ้นคืนของ JAS ไม่ผิดเกณฑ์ทำให้สามารถดำเนินการซื้อหุ้นคืนในกระดานได้ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาระยะสั้น อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดว่า JAS จะสามารถหาเงินมาชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900MHz ภายในวันที่ 21 มี.ค.59ได้ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันในระยะกลาง-ยาว
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ +74.23 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,325.76 จุด เพิ่มขึ้น 74.23 จุด หรือ +0.43% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,763.97 จุด เพิ่มขึ้น 35.30 จุด หรือ +0.75% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,027.22 จุด เพิ่มขึ้น 11.29 จุด หรือ +0.56% เนื่องจากนักลงทุนขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ย และได้ลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ลงเหลือเพียง 2 ครั้ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 5%
ตลาดน้ำมัน NYMEX +2.12 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดพุ่งขึ้น 2.12 ดอลลาร์ หรือ 5.8% แตะที่ระดับ 38.46 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มากเท่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ





