วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK - ซื้อ

คาดปี 59 กำไรปกติเพิ่มขึ้นแต่กำไรสุทธิลดลงเพราะไม่มีขายเงินลงทุน

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

รายงานกำไรสุทธิปี 58 ที่ 2,193 ล้านบาท -7%YoY : ปี 58 CK มีรายได้จากการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 6% สู่ระดับ 3.48 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการรับรู้รายได้จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวน และเขื่อนไซยะบุรีเป็นหลัก ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลงเกือบ 1 % เพราะโครงการในปัจจุบันมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงเท่าในอดีต ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวขึ้น 19% จากปีก่อนเนื่องจากมีการจ่ายเงินโบนัสแก่พนักงานหลังผลการดำเนินงานอยู่ในเกณฑ์ดีติดต่อกัน 3 ปีนอกจากนี้มีเงินบริจาคอีกราว 100 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิปี 58 ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการขายเงินลงทุนในบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ และหลักทรัพย์ BMCL มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวประมาณ 2 พันล้านบาท

ปี 59 คาดกำไรสุทธิปรับตัวลง 16%YoY : ปี 59 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้เติบโต 2-3% สู่ระดับ 3.5 หมื่นล้านบาทเนื่องจากสิ้นปี 58 มีปริมาณงานในมือ (Backlog) อยู่ในระดับ 8.3 หมื่นล้านบาทซึ่งเพียงพอรับรู้รายได้อีกอย่างน้อย 2 ปี อย่างไรก็ตามโครงการเขื่อนไซยะบุรีมีการก่อสร้างเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งทาง CK คาดว่าจะได้รับงานก่อสร้างดังกล่าวเพิ่มเติมทำให้บริษัทมี Backlog เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.03 แสนล้านบาทช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านรายได้เพิ่มเติม นอกจากนี้การควบรวมระหว่างบริษัท BMCL และ BECL เป็นบริษัทใหม่ BEM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CK ทำให้มีการเปลี่ยนวิธีรับรู้รายได้จากเงินปันผลเป็นวิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) ทำให้มีการรับรู้กำไรเพิ่มขึ้นราว 400 ล้านบาท เป็นปัจจัยหนุนต่อกำไรสุทธิเพิ่มเติม เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 59 เพิ่มขึ้น 18% สู่ระดับ 1,842 ล้านบาทจากการรับรู้กำไรจาก BEM เพิ่มขึ้น

ปี 59 เป็นปีทองของงานก่อสร้างภาครัฐกว่า 5 แสนล้านบาท : ช่วงครึ่งแรกปี 59 จะมีงานประมูลมูลค่ารวม 2.84 แสนล้านบาทซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดประมูล 1) รถไฟฟ้าสายสีส้มภายในเดือนเม.ย. 2) สุวรรณภูมิเฟส 2 3) รถไฟทางคู่ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 4) รถไฟทางคู่มาบกะเบา-ถนนจิระ 5) มอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา ส่วนครึ่งปีหลังจะมีงานประมูลเพิ่มเติมอีก 6 โครงการมูลค่ารวม 2.29 แสนล้านบาท ซึ่งผู้บริหารคาดว่าจะได้งานราว 20% เป็นอย่างน้อยซึ่งจะช่วยเพิ่ม Backlog ของ CK ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมเหลือ 32 บาท : ในปี 59 คาดจะเป็นปีที่สดใสจากงานประมูลภาครัฐมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาทซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ทั้งหมดภายในปลายปีนี้เนื่องจากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อหุ้น CK ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 59 ของ CK ด้วยวิธี SOTP (ใช้ราคา Consensus เฉลี่ย BEM TTW และ CKP) ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 32 บาทจาก 33.20 บาทเนื่องจากราคา Consensus เฉลี่ยของหลักทรัพย์ TTW และ CKP ปรับตัวลง แต่ราคาเหมาะสมยังคงสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงแนะนำ “ซื้อ”