ปรับฐาน
SET วานนี้ปรับตัวลงแรงตอบรับตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนก.พ.ที่อ่อนแอโดยการส่งออก -20.6% การนำเข้า -8% รวมถึงแรงขายทางสัญญาณเทคนิคที่เข้าเขต Overbought กดดันให้ SET ปิดที่ 1,374.62 จุด (-21.13 จุด) Volume 6.9 หมื่นลบ. โดย Foreign Net +641 ลบ. , Net TFEX -4,476 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
- ตลาดหุ้น DJ -109.85 จุด จากแรงกดดันราคาน้ำมันที่ร่วงลง และความกังวลศก.จีนชะลอตัวหลังจากตัวเลขการค้าของจีนอ่อนแอ
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงล่าสุด 36.5 USD/Barrel จากคาดการณ์สต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐจะพุ่งขึ้น
- ตัวเลขการค้าจีนเดือนก.พ.หดตัว โดยยอดส่งออก -20.6% YoY การนำเข้า -8% YoY และยอดเกินดุลการค้าต่างประเทศ -43.3% YoY สู่ระดับ 2.095 แสนล้านหยวน
- มูดี้ส์ปรับลดคาดการณ์ GDP กลุ่ม G20 ปีนี้ลง 0.3% สู่ระดับ 1.8%
+ คาด ECB ใช้มาตรการ QE เพิ่มเติมในการประชุมวันที่ 10 มี.ค.(ปัจจุบันใช้ QE ที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน)
+ คาด FED ไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 15 – 16 มี.ค.เนื่องจากความไม่แน่นอนของการขยายตัวเศรษฐกิจสหรัฐ
+ Foreign Net Buy 5 วันต่อเนื่องราว 1.5 หมื่นลบ.
ตลาดหุ้นไทยถูกแรงกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลง รวมถึงมูดี้ส์ปรับลด GDP กลุ่ม G20 ลง อย่างไรก็ตามแรงซื้อดักผลการประชุม ECB ที่คาดว่าจะใช้ QE เพิ่มเติมจะช่วยพยุงดัชนี ดังนั้นคาดว่า SET จะย่อตัวลงสลับเด้งรีบาวด์ โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1,360 - 1,365 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำรอซื้อเล่นรีบาวด์
- TTA PSL ค่าระวางเรือ +23%MoM ล่าสุด 366 จุด
- KSL KBS KTIS BRR ราคาน้ำตาล + 16%WoW ล่าสุด14.86 USD. จากปรากฏการณ์เอลนิโญ่ และภาวะภัยแล้ง
- กลุ่ม High Dividend INTUCH ADVANC KTB KKP
ประเด็นข่าวอื่น
- MOONG พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยออกหุ้นใหม่ 45.4 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 1 บาท โดยจะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 43.26 ล้านหุ้น ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) ส่วนหุ้นเพิ่มทุนที่เหลือจะใช้รองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์)
-TCB บริษัท เอส เค ไอ คาร์บอนแบล็ค (มอริเชียส) จำกัด ได้ยื่นแบบประกาศทำคำเสนอซื้อทั้งหมดของกิจการ (Mandatory Tender Offer) ของ บมจ.ไทยคาร์บอนแบล็ค(TCB) จำนวน 213,760,520 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 71.25 ที่ราคา 22.00 บาท
-JAS –SCB เผยว่า ขณะนี้โอกาสการปล่อยสินเชื่อให้กับ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เพื่อนำไปชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz ยังไม่ได้ปิดลง แต่ทาง JAS ยังไม่ได้มีการพูดคุยโดยตรงกับธนาคารเกี่ยวกับเรื่องสินเชื่อ
Analyst Meeting
PTG ราคาปิด 13.90 บาท
- กำไรปี 2558 ที่ 650 ล้านบาท (+32% YoY) จากการขยายสาขาปั๊มน้ำมันและ LPG เพิ่มขึ้นอีก 200 สาขา รวมเป็น 1,150 สาขา โดยยอดขายน้ำมัน +17%YoY เป็น 1,662 ล้านลิตร และ LPG + 34%YoY เป็น 575 ล้านลิตร รวมถึงค่าการตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.7 บาท/ลิตร
- คาดรายได้และกำไรปี 2559 จะเติบโตขึ้น ตามบริษัทตั้งเป้ายอดขาย + 30 ถึง 40% , EBITDA +30% ,ขยายสาขาเพิ่มเป็น 1,500 สาขา ,กลยุทธ์ PT Max Card ขยายสมาชิกบัตรขึ้นเป็น 5.6 ล้านใบ ,เพิ่มรายได้จากค่าเช่าร้านค้าตามสาขา รวมถึงรับรู้รายได้จากการเข้าลงทุนบริษัท FPT 9.55% และ AMA Marine 32%
- คาด Q2 - Q3/59 จะวางจำหน่ายน้ำมันเครื่องของบริษัทผ่านสาขาโดยตั้งเป้ายอดขายปี 59 ไว้ที่ 1.2 ล้านลิตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรให้บริษัทได้ราว 5 - 7 %
หุ้นมีข่าว
- กทค.ไม่อนุมัติ ADVANC ต่ออายุมาตรการเยียวยาลูกค้าและเร่งจัดการกรณี ADVANC-DTAC กั๊กลูกค้าย้ายค่ายไป TRUE จำนวน 6 แสนราย
ความเห็น : การไม่ต่ออายุมาตรการเยียวยาเป็นผลลบเชิงจิตวิทยาในระยะสั้นต่อ ADVANC อย่างไรก็ตามบริษัทยืนยันว่าซิมจะไม่ดับเนื่องจากบริษัทได้ขอ Roaming กับทาง DTAC แล้ว ส่วนกรณีกั๊กลูกค้าย้ายค่ายจะส่งผลดีต่อ TRUE ในระยะสั้นที่ทำให้มีโอกาสสร้างรายได้จากผู้ใช้บริการที่มากขึ้น
- BEM (ราคาปิด 5.15) อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้กทพ.จ่ายค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย 4,368 ล้านบาท และดอกเบี้ยผิดนัดตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ของต้นเงินค่าเสียหายจำนวน 3,776 ล้านบาท คิดเป็นรายวันนับตั้งแต่ 1 เม.ย.51 เป็นต้นไปจนกว่า กทพ.จะชำระเสร็จสิ้น
ความเห็น : คาด กทพ.จะยื่นคำร้องต่อศาลฯภายใน 90 วัน เนื่องจากการตัดสินจากอนุญาโตตุลาการเป็นคำตัดสินขั้นต้น ซึ่งคาดว่าคำตัดสินของศาลจะใช้เวลาอีกระยะ เราคาดว่าระยะสั้นยังไม่มีผลกระทบต่อ BEM แต่ในระยะยาวหากศาลมีคำตัดสินให้กทพ.ชำระค่าเสียหายจะเป็นผลบวกต่อ BEM
- ADAM ตลท.ประกาศเพิ่มเหตุเพิกถอนหลักทรัพย์กรณีเข้าข่ายต้องปรับปรุงฐานะการเงินและการดำเนินงาน (NC ระยะที่ 1) หลังส่งงบการเงินประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ปรากฏว่าส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ ซึ่งเท่ากับ (1,005) ล้านบาท
- UMS ตลท.ปลด SP รอบเช้าวันนี้หลังชี้แจงการดำเนินการแก้ไขฐานะการเงินที่มีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 184.59 ล้านบาท โดยการเพิ่มทุนในการจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ได้รับเงินรวมทั้งสิ้น 349.93 ล้านบาท ทำให้มีส่วนของผู้ถือกลายเป็นบวกที่ประมาณ 165.34 ล้านบาท
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ -109.85 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,964.10 จุด ร่วงลง 109.85 จุด หรือ -0.64% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,648.82 จุด ลดลง 59.43 จุด หรือ -1.26% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,979.26 จุด ลดลง 22.50 จุด หรือ -1.12%หลังจากราคาน้ำมัน WTI ร่วงลง 3.7% ซึ่งได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงด้วย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า ยอดส่งออกของจีนร่วงลงกว่า 20% ในเดือนก.พ. ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
ตลาดน้ำมัน NYMEX -1.40 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดร่วงลง 1.4 ดอลลาร์ หรือ 3.7% แตะที่ระดับ 36.5 ดอลลาร์/บาร์เรล เพราะได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐจะปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังร่วงลงหลังจากจีนเปิดเผยข้อมูลการค้าที่อ่อนแอ






