"ตลาดหลักทรัพย์" กำหนด "PAE" เข้าข่ายปรับปรุงฐานะการเงิน พร้อมขึ้น SP 30 วัน ให้เวลาหาวิธีแก้ไขส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้บริษัท พีเออี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือPAE เข้าข่ายต้องปรับปรุงฐานะการเงิน และการดำเนินงาน (NC ระยะที่ 1) พร้อมขึ้นเครื่องหมาย NC (Non-compliance) ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2559 และยังคงเครื่องหมาย SP (Suspension) ห้ามการซื้อหรือขายหุ้น จนครบ 30 วัน หรือจนถึงวันที่ 7 เมษายน 2559 เพื่อให้ผู้บริหารของบริษัทมีเวลาจะพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นของบริษัท หลังจากสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 PAE มีส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่าศูนย์เป็นจำนวน 135 ล้านบาท
พร้อมให้บริษัทแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบภายในวันที่ 7 เมษายน 2559 ถึงทางเลือกว่าบริษัทจะทำแผนฟื้นฟูกิจการเสนอผู้ถือหุ้นหรือจะฟื้นฟูกิจการหรือจะขอเพิกถอนโดยสมัครใจ หรือเลือกทางเลือกอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท ตลอดจนกำหนดเวลาดำเนินการในทางเลือกดังกล่าว
ทั้งนี้ อนุญาตให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทได้ตั้้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2559 ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2559 ภายหลังมีข้อมูลครบถ้วนและชัดเจนแล้วเพื่อให้ผู้ถือหุ้น มีโอกาสซื้อหรือขายหลักทรัพย์อีกระยะหนึ่งก่อนจสั่งห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในระหว่างการฟื้นฟูกจิการ ในกรณีครบกำหนด 30 วันดังกล่าว บริษัทยังไม่แจ้งการตัดสินใจของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะยังคงขึ้นเครื่องหมาย SP หลักทรัพย์ของบริษัทต่อไปจนกว่าจะแจ้งผลการตัดสินใจดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้ลงทุนแล้ว
ห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป จนกว่าบริษัทจะสามารถดำเนินการให้เหตุแห่งการเพิกถอนหมดไป โดยบริษัทมีหน้าที่ต้งรายงานความคืบหน้าการฟื้นฟูกิจการต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ทุก 3 เดือนหรือในวันเดียวกับวันครบกำหนดส่งงบการเงินในแต่ละไตรมาส
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะให้ระยะเวลาบริษัทในการแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอน 3 ปีนับตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2559 โดยกำหนดเป็น 3 ระยะ แต่ละระยะมีเวลา 1 ปี ได้แก่ NC ระยะที่ 1 NC ระยะที่ 2 และ NC ระยะที่ 3 โดยบริษัทอาจขอขยายระยะเวลาฟื้นฟูกิจการได้ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (รวมระยะเวลาสูงสุดในการฟื้นฟูกิจการไม่เกนิ 4 ปี ) หากบริษัทไม่สามารถดำเนินให้มีคุณสมบัติพ้นเหตุแห่งการเพิกถอนภายในระยะเวลาที่กำหนด ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเสนอคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทต่อไป





