ธปท.เล็งยื่นแผนพัฒนาสถาบันการเงินระยะที่ 4 เข้าครม.ในเดือนนี้ หวังรองรับ “อี-เพย์เมนท์” หนุนใช้บัตรแทนเงินสด
นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ ธปท.จะเสนอแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 4 ที่จะใช้ในปี 60 เกี่ยวกับการบริการผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สนับสนุนช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ครม.รับทราบ ซึ่งประกอบด้วย โครงการเนชั่นแนลอี-เพย์เมนท์ เป็นระบบการชำระเงินแบบเลขใดก็ได้ (แอนนี่ ไอดี) ทั้ง เลขที่บัตรประชาชนเลขที่บัญชีธนาคาร หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อี-วอลล์เลท ไอดี และอีเมล์ แอดเดรส ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดของระบบในปัจจุบันและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ภาคส่วนต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐการขยายการใช้บัตร โดยจะส่งเสริมการใช้บัตรเดบิต แทนเงินสดขยายจุดชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ทั่วถึง และเป็นช่องทางจ่าย ใช้เงินสวัสดิการส่วนระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะได้ข้อมูลภาษีมาพร้อมกับข้อมูลชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์และช่วยขยายฐานภาษี ส่งเสริมระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำและนำส่งเอกสารพาณิชย์
ขณะเดียวกัน แผนดังกล่าวจะช่วยพัฒนาการบริการชำระเงินรายย่อยเพื่อรองรับภาคธุรกิจภาครัฐ ประชาชน โดยช่องทางชำระเงินที่หลากหลายรองรับ อี-คอมเมิรซ์เอ็ม-คอมเมิรซ์บริการผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่สะดวกรวดเร็ว ใช้เครื่องรับบัตรร่วมกัน และกระจายเครื่องรับบัตรแนวทางลดการใช้เช็ค การประบโครงสร้างกลไกราคา ด้านต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เพื่อรองรับธุรกรรมการค้า การลงทุนต่างประเทศ หรือตามชายแดนและธุรกรรมที่เกิดจากการท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน การโอนเงินกลับบ้านของแรงงานข้ามชาติ
นางทองอุไร กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีผู้ให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่นำระบบการสื่อสารออนไลน์ ที่ประยุกต์ใช้ในธุรกิจด้านการเงิน การธนาคาร และการลงทุน (ฟินเทค) เข้ามาให้บริการทางการเงินทุกประเภท ซึ่งมองว่าอาจจะกระทบกับธนาคารพาณิชย์ได้ โดยเฉพาะการปล่อยกู้ระหว่างบุคคลที่ไม่ผ่านธนาคาร (พีทูพี เลนดิ้ง) เนื่องจากมีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อบุคคล หรือ นาโนไฟแนนซ์ ที่ต้องขอนุญาต จากธปท.
“ฟินเทค ในกรณีระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิ้งรูปแบบหุ้นนั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำกับดูแลอยู่แล้ว ส่วน ธปท.ก็ศึกษาข้อดี ข้อเสียของพีทูพี เลนดิ้ง ว่าผลอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ค่อนข้างที่จะตกผลึกแล้ว แต่เพียงยังไม่มีอำนาจ ที่จะให้ใบอนุญาตในการทำพีทูพีฯ ได้ กำลังหาแนวทางว่า จะดำเนินการได้แบบใด”






