ทำธุรกิจยุคนี้แสนลำบาก เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว เศรษฐกิจในประเทศก็ยังซึมเซา ได้เวลาปฏิวัติธุรกิจ ใช้อาวุธ “นวัตกรรม” มาช่วยปั้มเงินล้าน!
“ในรอบปีที่ผ่านมา เราเจอปัญหาว่า คนจีนเข้ามาลงทุนในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก มาทำท่องเที่ยว มาเปิดร้านของฝากในไทย ไม่ว่าจะที่ เชียงใหม่ พัทยา และภูเก็ต ซึ่งเราก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตินี้ เพราะมีทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนแข่งขันกับเรา”
“วิรวัฒน์ เปี่ยมวิวัฒน์ติกุล” บริษัท พรทิพย์ พรีเมี่ยม จำกัด เจ้าของร้านของฝากชื่อดังแห่งเมืองภูเก็ต “พรทิพย์ (ภูเก็ต)” บอกอุปสรรคสำคัญที่เข้ามาเล่นงานธุรกิจ หลังนักท่องเที่ยวจีนล้นทะลักเข้าไทย และทุนจากจีนก็ไหลเข้ามารองรับตลาดคนชาติเขาด้วย
ส่งผลกระทบกับร้านของฝากเจ้าถิ่นที่ก่อตั้งมากว่า 20 ปี ซึ่งแม้ที่ผ่านมาพวกเขาจะปรับตัวหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ของฝากแบรนด์ตัวเองมาทำตลาด โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นจุดขาย อาทิ น้ำพริกกุ้งเสียบตำสด ปลาข้าวสารแปรรูป มะม่วงหิมพานต์แปรรูป เด็ดสุดก็ “ขนมชิโน-โปรตุกีส” ในกล่องบรรจุภัณฑ์รูปตึกเก่าทรง ชิโน-โปรตุกีส ที่สามารถนำมาต่อกันเป็นโมเดลเก็บสะสมได้ ซึ่งไปคว้ารางวัลการออกแบบระดับโลกจากญี่ปุ่นมาแล้ว
หากทว่ายังไม่พอที่จะรับมือกับศึกใหญ่หลวงครั้งนี้
นั่นคือที่มาของต่อมความคิด พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องพึ่งการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว โดยสังเกตจากความต้องการของลูกค้าในร้าน และใช้ฐานของ “นวัตกรรม” มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ จนได้ ทุเรียนผงสำเร็จรูปพร้อมชง แบรนด์ “โอต๊ะ” (ORTA) ที่เพิ่งคว้ารางวัลชนะเลิศ สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2016 มาสดๆ ร้อนๆ
กับการใช้ทุเรียนมาพัฒนาเป็นผงสำหรับชงดื่ม โดยยังคงความหอมและรสชาติหวานมันแบบทุเรียนแท้ๆ แถมยังไม่มีคอเลสเตอรอล รับประทานง่าย เก็บไว้ได้นาน ไม่ต้องรอเพียงนักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อ เพราะสามารถส่งไปสนองใจคนรักทุเรียนได้ทั่วโลก และแม้จะเพิ่งเริ่มทำตลาด แต่สามารถสร้างยอดขายทั้งในและต่างประเทศในปีที่ผ่านมาได้กว่า 5.9 ล้านบาท
“เรามองโอกาสจากสิ่งรอบๆ ตัว แล้วนำมาสร้างให้เกิดมูลค่า ขายในสิ่งที่เป็นวัตถุดิบในพื้นที่ เอาเรื่องราวของความเป็นภูเก็ตและถิ่นที่อยู่มาใช้ เอาสิ่งรอบตัวเรามาทำให้เกิดประโยชน์ ชุมชนได้ เพื่อนบ้านได้ ทุกคนได้หมด นั่นเองที่จะทำให้เราอยู่ในธุรกิจนี้อย่างยั่งยืนได้” เขาบอก
ตลาดขนมขบเคี้ยวไทยมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท! ทว่าน่านน้ำนี้ “คู่แข่งมหาศาล” และผู้บริโภคก็มีตัวเลือกให้ลิ้มรสมากมายเสียด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นประตูที่ปิดตายสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ ถ้าเพียงเห็นช่องว่างในตลาด ดูอย่าง “วิศรุต สุคนธ์พงเผ่า” และ “ศิระ เพื่อนชอบ” สองผู้ก่อตั้ง บริษัท โกจิโซ ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตเต้าหู้อบกรอบ “Yofu Chips” ผู้เล่นน้องใหม่ ที่ประกาศลงสนาม โดยใช้นวัตกรรมมาก่อเกิดธุรกิจใหม่ พวกเขาทำเต้าหู้อบกรอบเจ้าแรกของโลก ที่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการจากถั่วเหลืองซึ่งให้โปรตีนสูง ใช้แผ่นเต้าหู้แท้เป็นวัตถุดิบ ไม่ผสมแป้ง ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ทำให้แผ่นเต้าหู้กรอบ ไม่อมน้ำมัน และเก็บได้นานกว่า 1 ปี สร้างยอดขายเบาะๆ ในปีที่ผ่านมากว่า 10 ล้านบาท!
เพราะซื้อเต้าหู้ทอดในตลาดมาแล้วพบว่า ถ้าทิ้งไว้นานเต้าหู้จะนิ่มหมดความกรอบอร่อย เลยเกิดความคิดที่จะหาวิธีทำให้เต้าหู้คงความกรอบได้นานขึ้น จะทำอย่างไร ง่ายที่สุดก็ใช้ทางลัด C&D มีใครทำก็แค่ Copy แล้วมาพัฒนาต่อ แต่กลับพบทางตันว่า ที่ผ่านมายังไม่มีใครทำ ทว่าพวกเขากลับมองเห็นเป็นโอกาสว่า ไม่มีใครทำแบบนี้สิ น่าสนใจดีชะมัด!
เลยเริ่มลองผิดลองถูก หาสารพัดวิธีที่จะพัฒนาเต้าหู้ให้เป็นขนมเพื่อสุขภาพแบบที่ต้องการได้ พวกเขายอมรับว่า สูญเสียไปมากกว่าสำเร็จ แต่ก็ไม่ล้มเลิกความพยายามง่ายๆ จนสุดท้ายก็ไปถึงเป้าหมาย
“ตอนแรกที่ทำออกมาเราไปฝากขายตามร้านต่างๆ แรกๆ อย.ก็ยังไม่มี ซองก็ยังเป็นซองฟอยล์แปะสติกเกอร์ธรรมดา ปรากฏติดต่อไป 30 ร้าน ได้มา 6 ร้าน แต่ 6 ร้านนี้ ขายหมด 1 พันซอง ภายใน 1 เดือน เราไม่แปลกใจเลยที่ 24 ร้านปฏิเสธ แต่แปลกใจที่ 6 ร้านเลือกเรามากกว่า ถามเขาว่าทำไม เขาบอกว่าตามหามานานแล้ว ขนมที่ไม่ผสมแป้ง และดีต่อสุขภาพ เพราะที่มีอยู่คนไม่มีทางเลือก เลยคิดว่า..เรามาถูกทาง”
จากนั้นก็เริ่มมาพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐาน มีนายทุนมาสนับสนุนการตั้งโรงงาน ระหว่างทางก็ปรึกษาอาจารย์มหาวิทยาลัยเพื่อหาวิธีเพิ่มอายุสินค้า ได้สถาบันอาหารมาช่วยเรื่องการลดต้นทุนการผลิต และขอมาตรฐานต่างๆ เพื่อให้พร้อมส่งออกต่างประเทศ และได้เซเว่นอีเลฟเว่น เป็นหนึ่งตลาดหลักช่วยกระจายโปรดักส์ไปในวงกว้าง ซึ่งล่าสุดก็เพิ่งคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 สุดยอด 7 Innovation Awards 2016 มาครอบครองได้สำเร็จ
“สิ่งที่พวกเราทำ สรุปง่ายๆ คือ เราไม่ยอมแพ้ และเรียนรู้จากการลงมือทำ ลองผิดลองถูกกันมาเยอะ เจอปัญหาตลอด แต่ก็แก้กันไป สำคัญเลยคือ ปัญหาที่เจอ ถ้าเรายอมตั้งแต่วันที่เจอ เราคงไม่มีวันนี้ เพราะฉะนั้น พวกผมไม่เคยยอมแพ้ แม้จะเคยเจ๊ง เคยล้มกันมา แต่ไม่เคยท้อ ลุกขึ้นยืนทุกครั้ง และก้าวเดินตลอดเวลา” พวกเขาบอก
สองหนุ่ม Yofu Chips เริ่มธุรกิจจากการช่างสังเกต ไม่ต่างกับ “ยุทธนา ใจกล้า” ผู้ก่อตั้ง บริษัทคุณภาพ จำกัด เจ้าของรางวัลนักประดิษฐ์ 7 Innovation Awards กับผลงาน “ไข่สั่งได้” การผลิตไข่แดงเค็มให้มีขนาดเท่ากัน มีรูปทรงตรงความต้องการ ที่สร้างยอดขายในปีที่ผ่านมาได้กว่า 70 ล้านบาท และปีนี้ก็ตั้งเป้าที่จะมีรายได้เฉียด 100 ล้านบาท!
“ผมสังเกตว่า เวลาไปกินซาลาเปาเซเว่นฯ หรือขนมไหว้พระจันทร์ที่ดีๆ ไข่แดงที่อยู่ในไส้ขนม จะมีกลิ่นหอม ไม่เหมือนขนมทั่วไปที่จะมีกลิ่นโคลนในฟองไข่แดง ผมเลยเกิดความคิดที่จะมาพัฒนาไข่แดงเค็มแล้วขายให้กับเครือซีพี”
ยุทธนาบอกฝันใหญ่ ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2552 โดยมีลูกค้าเป้าหมายคือยักษ์ใหญ่ “ซีพี” จากการเห็นโอกาสว่าในสนามส่วนใหญ่จะมีแต่ผู้ผลิตไข่แดงเค็มที่ขายในตลาดทั่วไป แต่ที่ทำแบบมีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อส่งให้กับผู้ผลิตรายใหญ่นั้นยังมีผู้เล่นน้อยราย เลยตัดสินใจเข้ามาเป็นหนึ่งผู้เล่น
พวกเขาเริ่มสร้างความต่าง ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบที่ดี โดยลงไปส่งเสริมให้ความรู้ และพัฒนาวิธีการเลี้ยงเป็ดแก่เกษตรกรที่ส่งผลผลิตให้ เพื่อให้ได้ไข่เป็ดที่มีคุณภาพ พร้อมนำมาผลิตเป็นไข่แดงคุณภาพดี จากนั้นพัฒนาสูตรการดองไข่เพื่อให้ได้ความเค็มที่พอเหมาะพอเจาะ และเนื้อไข่กำลังดี ต่อด้วยการพัฒนากระบวนการผลิต ที่สามารถทำไข่แดงเค็มให้เป็นก้อนกลม ในขนาดที่เท่ากันทุกลูก ช่วยลดอุปสรรคการนำไปผลิตเป็นไส้ขนมของลูกค้า ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือพวกเขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากโปรดักส์นี้ได้ถึง 20% และจากการพัฒนาไม่หยุดนิ่ง ยังทำให้ปัจจุบันสามารถลดจำนวนของเสียในกระบวนการผลิต แล้วแปลงมาเป็นโอกาสทำเงินได้มากมาย เช่น ไข่ขาว เปลือกไข่ และน้ำจากกระบวนการผลิต ที่สามารถนำไปขายต่อเพื่อเติมเม็ดเงินเข้ากระเป๋าได้
"เมื่อก่อนเราเสียเงินในการกำจัด แต่เดี๋ยวนี้กลับได้เงินจากสิ่งเหล่านี้” เขาบอกผลลัพธ์ที่เริ่มจากความคิด
ปัจจุบันไข่สั่งได้ส่งให้กับเครือซีพีประมาณ 90% ที่เหลือเป็นร้านขนมทั่วไป ขณะที่ในอนาคตก็วางแผนจะขยายตลาดไปยังช่องทางอื่นๆ ด้วย เช่น โมเดิร์นเทรด และตลาดส่งออก
ตัวอย่างโอกาสงามๆ ที่เกิดจากการ ช่างสังเกต และลงมือทำ โดยใช้ “นวัตกรรม” เป็นอาวุธ สูตรพิชิตเงินล้านฉบับผู้ประกอบการพันธุ์เล็ก!
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
Key to success
แต้มต่อธุรกิจ “นวัตกรรม”
๐ ช่วยสร้างโอกาสในตลาดใหม่ๆ
๐ มีจุดขายที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ
๐ เล่นในสนามที่ยังมีคู่แข่งน้อย
๐ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
๐ สามารถแปลงของเสียเป็นเงินได้
๐ ธุรกิจมีโอกาสเติบโต และมีอนาคต





