ลดความแรง
SET วานนี้ปรับตัวขึ้นตอบรับราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นยืนเหนือ 35 US/Barrel รวมถึงความคาดหวัง ECB จะใช้มาตรการ QE เพิ่มเติมในการประชุม 10 มี.ค. หนุนให้ SET ปิดที่ 1,395.75 จุด (+16.22 จุด) Volume 6.2 หมื่นลบ. โดย Foreign Net +940 ลบ. , Net TFEX +5,407 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+ ตลาดหุ้น DJ +67.18 จุด ตอบรับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น รวมถึงคาดการณ์จีนจะใช้มาตรการกระตุ้นอุปสงค์และเศรษฐกิจภายในประเทศ
+ คาด ECB ใช้มาตรการ QE เพิ่มเติมในการประชุมวันที่ 10 มี.ค. (ปัจจุบันใช้ QE ที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน) หลังจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ยูโรโซนเดือนก.พ. ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.0
+ คาด FED ไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 15 – 16 มี.ค. เนื่องจากความไม่แน่นอนของการขยายตัวเศรษฐกิจสหรัฐ
+ ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นล่าสุด 37.8 USD/Barrel จากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐปรับตัวลดลง รวมถึงการประชุมประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในเดือนนี้คาดว่าจะตกลงปรับลดกำลังการผลิตลง
+ Foreign Net Buy 4 วันต่อเนื่องราว 1.4 หมื่นลบ.
- ปริมาณทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนเดือนก.พ. ลดลง 2.857 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่ทรุดตัวลง 9.95 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. และดิ่งลง 1.079 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว
- ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของเยอรมนีเดือนม.ค. ปรับตัวลง 0.1% MoM
แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะได้รับ Sentiment เชิงบวกจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นรวมถึงการคาดการณ์ ECB จะใช้ QE เพิ่มเติมในการประชุม 10 มี.ค. แต่การที่ดัชนีดีดตัวขึ้นมาแรง +8%YTD รวมถึงแนวต้านจิตวิทยาที่ 1,400 จุด จึงมีโอกาสถูกแรงขายทำกำไรระยะสั้นได้ ดังนั้นคาดว่า SET จะผันผวนในกรอบ 1,385 - 1,400 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำซื้อเก็งกำไรหุ้นที่มีปัจจัยบวก
- กลุ่มพลังงาน อานิสงส์ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น
- KSL KBS KTIS BRR ราคาน้ำตาล + 15%WoW ล่าสุด 14.66 USD. จากปรากฏการณ์เอลนิโญ่ และภาวะภัยแล้ง
- PDI อานิสงส์ราคาสังกะสี +25% MoM ล่าสุด 1,842 USD/Ton
- AOT ทอท.เสนอบอร์ด 23 มี.ค. ขยายดอนเมืองเฟส 3 กว่า 1 หมื่นล้าน รองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคนต่อปี
- กลุ่ม High Dividend INTUCH ADVANC KTB KKP TISCO
ประเด็นข่าวอื่น
- TPIPL จะนำ"ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์"ซึ่งทำธุรกิจไฟฟ้าและให้บริการสถานี น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ขาย IPO เข้าตลาดหุ้นภายใน Q4/59
- กสทช.เผย TRUE นัดจ่ายค่าไลเซ่นส์ 900 MHz งวดแรก-แบงก์การันตี 11
มี.ค.
- "DCORP" มั่นใจปีนี้พลิกมีกำไร ย้ำโรงงานผลิตแผงโซลาเซลล์ ขนาดกำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลัง ลุ้นที่ประชุมผู้ถือหุ้นช่วงเดือนเม.ย.นี้ไฟเขียวลงทุนร่วม YINGLI
หุ้นแนะนำพิเศษ
SAMART ราคาปิด 16.90 บาท ราคาพื้นฐาน 20.10 บาท
- คาดปี 59 มีรายได้ราว 2.4 หมื่นล้านบาทหลังจากในส่วนของสายธุรกิจอื่นๆ ของกลุ่มสามารถ ทั้งในและต่างประเทศ ยังมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับอุตสาหกรรม และยังสร้างรายได้ประจำที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
- คาดบริษัทลูก SAMTEL SIM จะฟื้นตัวจากปีก่อนหลังจากมีเซ็นสัญญาเพิ่มเติมและแรงหนุนจากนโยบายสนับสนุน ICT รวมถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเพื่อความยั่งยืนในอนาคตหลังจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่รุนแรง
- ทั้งนี้คาดบริษัทลูก OTO จะสามารถทำรายได้ New high ได้หลังจากเริ่มขยายการให้บริการที่มากขึ้นโดยรุกกลุ่มประกันและ SME
หุ้นมีข่าว
- JAS : ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน โดยจะใช้วงเงินประมาณ 6 พันล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนราว 20% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไปราคา 5 บาทต่อหุ้นซึ่งต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี
ความเห็น : โดยปกติการซื้อหุ้นคืนเป็นผลบวกต่อราคาหุ้น แต่ในกรณีของ JAS มีความผิดปกติและไม่ชัดเจน การที่ JAS นำเงินมาซื้อหุ้นคืนและจ่ายปันผลออกมานั้นเป็นการลดสภาพคล่องซึ่งขัดแย้งกับสถานการณ์ปัจจุบันที่บริษัทต้องการเงินทุนในการชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900MHz ซึ่งหากบริษัทจะไม่ชำระค่าใบอนุญาตและต้องโดนปรับ 600 ล้านบาทจริง ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปีในการดำเนินการฟ้องร้องซึ่งกว่าจะได้รับผลกระทบจากค่าปรับดังกล่าวจะทำให้บริษัทมีช่วงระยะเวลาการทำกำไรราว 1-2 ปี แนะนำซื้อเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง และควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
- SMT (ราคาปิด 12.60 ซื้อเก็งกำไร) บริษัทคาดจะล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ราว 60 ล้านบาทได้ภายใน 1Q59 โดยจะนำกำไรจากการดำเนินงานมาใช้ จากแนวโน้มกำไร 1Q59 คาดว่าจะสูงขึ้นจาก 4Q58 ที่มีกำไรสุทธิ15 ล้านบาทเนื่องจากบริษัทขึ้น plant งาน New product ให้กับลูกค้า 3 รายทำให้เริ่มมีรายได้จากงานที่มีมาร์จิ้นดีในระดับเฉลี่ย 10-20% ส่งผลให้กำไรในไตรมาสนี้สูงขึ้นจากไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญ หากเทียบกับ 1Q58 แล้ว ถือว่าผลการดำเนินงานสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้
- PTTGC (ราคาปิด 59 แนะนำซื้อ 71) สิ้นสุดระยะเวลาซื้อหุ้นคืน บริษัทสามารถือซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้น 48.5 ล้านหุ้นจากเป้าหมาย 90 ล้านหุ้น โดยใช้เงินมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2.43 พันล้านบาทจากวงเงิน 4,500 ล้านบาท
ความเห็น : การสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนทำให้ไม่มีแรงพยุงหุ้นเพิ่มเติมและหุ้นสามารถเคลื่อนไหวได้ตามภาวะตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นกว่า 18% จากต้นปีตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นสร้างจุดสูงสุดในปี 59 ทำให้อาจมีแรงขายทำกำไรที่แนวต้าน 60-62 บาท โดยปัจจัยที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการขายทำกำไรคือการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ
- SYNTEC (ราคาปิด 2.98 ซื้อเก็งกำไร 3.42) เปิดเผยว่า บริษัทเสนอซื้ออาคารชุด เอท ทองหล่อ เรสซิเด้นท์ จากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ยูโอบี ฟรีโฮลด์ เอท ทองหล่อ (UOB8TF) ในราคาเสนอซื้อ 2,495 ล้านบาท โดยอาคารชุด เอท ทองหล่อ เรสซิเด้นท์ มีจำนวน 137 หน่วยโดยมีพื้นที่ห้องชุดรวม 23,626.49 ตารางเมตร แต่ต้องรอกองทุนรวมฯ อนุมัติการขายซึ่งจะทราบผลในวันที่ 20 เม.ย.
- LPN (ราคาปิด 12.90 ถือ เป้าหมาย 15.30) ได้รับผลกระทบจากโครงการบ้านประชารัฐซึ่งจัดทำร่วมกันกับธอส. ธ.ออมสิน และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จะเสนอที่ประชุมครม.พิจารณาสัปดาห์หน้า โดยกำหนดเงื่อนไขราคาบ้านไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เป็นบ้านหลังแรก อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดที่ 0% เงินกู้ครอบคลุมถึงเงินงวด ค่าซ่อมแซมและตกแต่ง การปลูกบ้านบนที่ดินของตนเอง หากไม่ใช่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเนื่องจากเป็นลูกค้ากลุ่มเดียวกัน เบื้องต้นทำให้ลูกค้าชะลอการจองโครงการ และการยกเลิกซื้อโครงการ
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ +67.18 จุด
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 17,073.95 จุด เพิ่มขึ้น 67.18 จุด หรือ +0.40% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,708.25 จุด ลดลง 8.77 จุด หรือ -0.19% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,001.76 จุด เพิ่มขึ้น 1.77 จุด หรือ +0.09%
เพราะได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 5% ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า จีนจะเดินหน้าใช้มาตรการกระตุ้นอุปสงค์และเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
ตลาดน้ำมัน NYMEX +1.98 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดพุ่งขึ้น 1.98 ดอลลาร์ หรือ 5.5% แตะที่ 37.90 ดอลลาร์/บาร์เรล
โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า จีนจะเดินหน้าใช้มาตรการกระตุ้นอุปสงค์และเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับปัจจัยบวกจากรายงานที่ว่า การขุดเจาะน้ำมันและการผลิตน้ำมันในสหรัฐปรับตัวลดลง






