วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กบง.' ไฟเขียวคงราคาขายปลีกก๊าซ LPG เดือน มี.ค.

ที่ประชุม กบง. มีมติคงราคาขายปลีกก๊าซ LPG เดือนมี.ค. ไว้ที่ 20.29 บาท/ก.ก. - พร้อมอนุมัติร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

รายงานข่าวจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมกบง. เห็นควรให้คงราคาขายปลีกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เดือนมีนาคม 2559 ไว้ที่ 20.29 บาท/ก.ก. โดยปรับลดการชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ลงมาอยู่ที่ 0.3636 บาท/ก.ก. จากเดิมชดเชย 0.4116 บาท/ก.ก. ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป เนื่องจากราคาต้นทุน เฉลี่ยเปลี่ยนแปลงน้อยมาก

โดยปัจจุบันราคาก๊าซ LPG ตลาดโลก (CP) อยู่ที่ระดับ 302 เหรียญ สหรัฐฯ/ตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 5 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้น 0.5566 บาท/เหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ 35.7695 บาท/เหรียญสหรัฐฯ กอปรกับโรงกลั่นซึ่งมีต้นทุนต่ำ ที่สุดมีการผลิต LPG เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคา ณ โรงกลั่น ซึ่งเป็นต้นทุนเฉลี่ยของการจัดหาก๊าซ LPG ปรับลดลง 0.0480 บาท/ก.ก. จาก 13.7306 บาท/ก.ก. เป็น 13.6826 บาท/ก.ก.

ทั้งนี้ ผลจากการปรับลดการชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ลงดังกล่าว ทำให้ส่วนของก๊าซ LPG กองทุน น้ำมันฯ ยังคงมีรายจ่ายประมาณ 130 ล้านบาท/เดือน ทั้งนี้ สำหรับฐานะสุทธิของกองทุนน้ำมันเชื้อ เพลิง ณ วันที่ 6 มีนาคม 2559 อยู่ที่ประมาณ 43,944 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) ในส่วนของบัญชีก๊าซ LPG อยู่ที่ 7,174 ล้านบาท และ 2) ในส่วนของบัญชีน้ำมันสำเร็จรูป อยู่ที่ 36,770 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง. ได้เห็นชอบร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เพื่อปรับปรุงโครงสร้างในการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีความชัดเจน และมีกฎหมายรองรับ กบง. จึงให้มีการยกร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง กองทุนน้ำมันฯ ดังนี้

1) รักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่ เหมาะสม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีพของประชาชน ในกรณีเกิดวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะส่ง ผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงาน และเศรษฐกิจ

2) สนับสนุนให้เชื้อเพลิงชีวภาพให้มีส่วนต่างราคาที่สามารถแข่งขันกับน้ำมัน เชื้อเพลิงได้

3) บรรเทาผลกระทบจากการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับผู้มีรายได้ น้อยและผู้ด้อยโอกาส

4) สนับสนุนการลงทุนการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ สำหรับป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อ เพลิง เพื่อนำมาใช้ในกรณีวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง และเพื่อประโยชน์ความมั่นคงทางด้านพลังงาน

5) สนับสนุนการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการของรัฐ สำหรับความมั่นคง ทางด้านพลังงาน

โดยจะนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบให้เข้าสู่กระบวนการในการออกเป็นกฎหมายต่อไป