วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงสนับสนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐ และรัสเซียยืนยันที่จะคงกำลังการผลิต


+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากลงไปแตะที่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ หลังจากที่ได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยที่เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 2 เดือน

+ นอกจากนี้นาย Alexander Novak รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ของรัสเซีย ยืนยันภายหลังการประชุมร่วมกับประธานาธิบดี Vladimir Putin ของรัสเซีย และบริษัทผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ของประเทศ ว่า บริษัทผู้ผลิตในรัสเซียจะคงกำลังการผลิตให้อยู่ในระดับเดียวกันกับเดือนมกราคม เช่นเดียวกับคำให้สัมภาษณ์ของนาย Vladimir Putin ที่ยืนยันว่ารัสเซียจะรักษาอัตรากำลังการผลิตตามข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ กับประเทศซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ และเวเนซุเอลา เมื่อการประชุมเดือนที่ผ่านมา

+ ยิ่งไปกว่านั้นทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) รายงานว่าราคาน้ำมันดิบได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้ว และราคาจะเริ่มปรับเพิ่มขึ้นภายในปีนี้ จนไปถึงในปี 2016 และภาวะสมดุลของอุปสงค์และอุปทานจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติในปี 2017 แต่อย่างไรก็ตาม IEA ระบุว่า ถ้าหากผู้ผลิตในสหรัฐ ยังทำการผลิตอยู่ภาวะสมดุลของอุปสงค์และอุปทานจะถูกเลื่อนออกไปในปี 2018 นอกจากนี้ในรายงานยังระบุเพิ่มอีกว่าถ้าหากราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มถึงระดับ 40-50 ดอลลาร์สหรัฐ /บาร์เรล จะส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันในชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ในสหรัฐ กลับมาเริ่มผลิตอีกครั้ง

- ดัชนีภาคการผลิตของจีนประจำเดือนกุมภาพันธ์ ของจีนที่ประกาศโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS-PM) ปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ที่ 49.4 อีกดัชนีภาคการผลิตที่รายงานโดยไฉซิน (Caixin-PMI) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 48.0 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 เดือน เนื่องมาจากระดับการผลิตที่ลดลง

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคค่อนข้างตึงตัว ยกเว้นอุปสงค์จากประเทศเวียดนามที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามยังคงมียอดคำสั่งซื้อน้ำมันเบนซินจากทางทวีปยุโรป

 ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์จากภูมิภาคเอเชียเหนือลดลง หลังจากที่โรงกลั่นน้ำมันในประเทศไต้หวันเริ่มกลับมาทำการผลิต อย่างไรก็ตามยังคงมีอุปสงค์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากประเทศเวียดนาม

"ปัจจัยที่น่าจับตามอง"                        

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหลังตัวเลขสิ้นสุด ณ วันที่ 19 ก.พ. ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบประวัติการณ์ที่ 507.6 ล้านบาร์เรล ทำให้ตลาดกังวลว่าถังเก็บน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลให้มีการเก็บน้ำมันดิบบนเรือ (Floating Storage)

- การประชุมนัดพิเศษระหว่างประเทศสมาชิกในกลุ่มโอเปคและรัสเซียที่จะมีขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่จะเจรจาเพื่อหาข้อตกลงในการคงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบไว้ที่ระดับการผลิตเดือนมกราคมได้หรือไม่ หลังที่ผ่านมาผลของการเจรจาไม่คืบหน้าเนื่องจากอิหร่านยังคงไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าว

- ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ หลังนักวิเคราะห์คาดดัชนีภาคการผลิตจีนในเดือนกุมภาพันธ์ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.3 จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 49.4 ซึ่งนับเป็นการหดตัวต่อเนื่องกว่า 7 เดือนติดต่อกัน



ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999