ปี 58 พลิกมีกำไรจากขาดทุน ส่วนปี 59 ยังคงไม่เห็นการฟื้นตัวมากนัก
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- ปี 58 บริษัทมีกำไรสุทธิ 315 ล้านบาทพลิกจากขาดทุน 150 ล้านบาท : รายได้ปี 58 เท่ากับ 2,934 ล้านบาททรงตัวจากปีก่อน โดยยังคงกดดันจากธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองที่แนวโน้มรายได้ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ลงโฆษณาที่ใช้สื่อโฆษณาออนไลน์ที่มีต้นทุนถูกกว่า อย่างไรก็ตามบริษัทพยายามเปลี่ยนรูปแบบหนังสือรวมถึงย้ายลูกค้าไปยังระบบออนไลน์ทำให้รายได้ลดลงในกรอบจำกัด ในส่วนของรายได้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) ลดลง 22% จากปีก่อนหลังจากมีการแข่งขันทางราคาที่สูง อย่างไรก็ตามรายได้จากการให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสายวงจรเช่า (Leased Line) และศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (Internet data center) ยังคงมีการเติบโตจากฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นและปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรสุทธิปี 58 เท่ากับ 315 ล้านบาทพลิกจากขาดทุน 150 ล้านบาทในปีก่อนแต่ลดลง 21%YoY จากกำไรปกติในปี 57 ซึ่งมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ราว 550 ล้านบาท
- ปี 59 คาดผลการดำเนินงานยังคงเติบโตไม่มากนัก : ฝ่ายวิจัยคาดว่ายังคงไม่เห็นการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานที่เด่นชัดในปีนี้ โดยน่าจะรักษาอัตราการทำกำไรได้ใกล้เคียงกับปีก่อนแม้ว่าบริการศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ (IDC) และการให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสายวงจรเช่า (Leased Line) ยังมีแนวโน้มการเติบโตจากการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้งานอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตมากขึ้น แต่การเติบโตของลูกค้ามีอัตราที่ลดลงรวมถึงคาดว่าบริษัทยังคงได้รับแรงกดดันจากธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจากปี 58 และคาดว่าจะยังคงขาดทุนแม้บริษัทจะดีไซน์หนังสือให้ทันสมัยแล้ว ทั้งนี้การให้บริการบรอดแบนด์ในคอนโดมิเนียมแม้จะมีสัดส่วนรายได้ที่ค่อนข้างต่ำแต่ยังสามารถเติบโตได้ดีจากราคาที่ถูกว่าคู่แข่งราว 25% (อ้างอิงจากแพคเกจ 18M/1M ราคา 450 บาทเทียบกับแพคเกจของคู่แข่ง 7-10M ราว 600 บาท) ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 59 เท่ากับ 333 ล้านบาทเติบโต 6%YoY
- คงคำแนะนำ “ถือ” ปรับลดราคาเป้าหมายปี 59 เท่ากับ 6.70 บาทจากเดิม 6.90 บาท : ถึงแม้คาดว่าจะไม่เห็นการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในปี 59 และการรุกธุรกิจใหม่ที่ยังคงไม่ให้ผลกำไรอย่างเด่นชัด แต่บริษัทยังคงจ่ายปันผลสม่ำเสมอที่ Dividend Yield สูงราว 7% ต่อปี ทำให้น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล ทั้งนี้มูลค่าเหมาะสมซึ่งประเมินจากวิธี Prospect PER ที่ระดับ 12 เท่าแต่ EPS ปี59 ปรับลดจากเดิม 0.63 เหลือ 0.56 บาทได้เท่ากับ 6.70 บาทลดลงจากเป้าหมายครั้งก่อนที่ 6.90 ซึ่งสูงกว่าราคาปิดปัจจุบันไม่มากนัก จึงยังคงคำแนะนำ “ถือ”









