วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กบง.ตรึงราคาเอ็นจีวีที่ 13.50 บาท/กก.

ที่ประชุม กบง. ตรึงราคาเอ็นจีวี 13.50 บาท/กิโลกรัม พร้อมนำร่องทดสอบโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรีทั่วประเทศ 100 เมกะวัตต์

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ตรึงราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) 13.50 บาทต่อกิโลกรัม แม้ราคาเอ็นจีวีตลาดโลกจะสูงกว่าราคาขายปลีกในประเทศที่ระดับ 13.66 บาทต่อกิโลกรัม แต่ กบง.ได้ให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รับภาระชดเชยส่วนต่างราคาไว้ที่ 16 สตางค์ต่อกิโลกรัม รวมทั้งยังควบคุมค่าขนส่งเอ็นจีวีต่างจังหวัดไม่เกิน 1.84 บาทต่อ 50 กิโลเมตรขึ้นไป ทำให้ราคาขายปลีกเอ็นจีวียังคงอยู่ที่ 13.50 บาทต่อกิโลกรัม

ทั้งนี้ หากต้นทุนราคาเอ็นจีวีลดลงต่ำกว่า 13.50 บาทต่อกิโลกรัม ทาง กบง.พร้อมจะพิจารณาปรับลดราคาขายปลีกเอ็นจีวีลงตามต้นทุนที่แท้จริงทันที ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าต้นทุนราคาเอ็นจีวีมีแนวโน้มปรับลดต่ำกว่าราคาขายปลีกภายในไม่กี่เดือนนี้ และมีโอกาสปรับลดลงต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2559

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา หรือโซลาร์รูปท็อปเสรี กำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ เบื้องต้นนำร่องติดตั้งพื้นที่รับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 50 เมกะวัตต์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 50 เมกะวัตต์ โดยแต่ละส่วนจะแบ่งเป็นการติดตั้งในที่พักอาศัย 10 เมกะวัตต์ และอาคารธุรกิจ 40 เมกะวัตต์ เบื้องต้นจะเป็นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองและจะยังไม่มีการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ เพื่อทดสอบว่าการผลิตกระแสไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เสรีและจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความเชื่อมโยงกันมากน้อยเพียงใด และจะต้องปรับปรุงระบบส่วนใดบ้าง คาดว่าเดือนเมษายนนี้จะได้ข้อสรุปเรื่องจำนวนผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าในโครงการดังกล่าว จากนั้นจะสามารถแสดงเจตจำนงค์ยื่นขอผลิตไฟฟ้าได้ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้และจะสามารถติดตั้งระบบเพื่อดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้จริงตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2560 เป็นต้นไป