วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PS - ซื้อ

กำไรปี58 เพิ่มขึ้น 15% คาดกำไรปี59 เติบโต 5%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน : 

แจ้งกำไรปี 2558 เพิ่มขึ้น 15% ดีกว่าคาดเล็กน้อย : ในช่วง 4Q58 เท่ากับ 2,983 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 82%QoQ และ 59%YoY ดีกว่าคาดที่ 2,800 ล้านบาท และสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส ส่งผลให้กำไรทั้งปี 2558 ทำได้สูงถึง 7,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% ดีกว่าคาด 2.4% และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากมียอดโอนที่รับรู้เป็นรายได้รายได้ 50,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19%YoY โดยเฉพาะยอดโอนคอนโดมิเนียมที่เติบโตถึง 78% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 33.7% จาก 36.7% ในปี 2557 ขณะที่อัตรากำไรสุทธิลดลงไม่มากเหลือ 15% จาก 15.6% ในปี 2557 พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 1.25 บาท (ครึ่งปีจ่ายระหว่างกาลแล้ว 0.50 บาท) กำหนด XD 11 มี.ค. วันจ่าย 18 พ.ค. ซึ่งคิดเป็น payout ratio เท่ากับ 51% เพิ่มจาก 33% ในปี 2557 ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น

บริษัทมีแผนปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เพื่อแสวงหาหนทางเติบโตในอนาคต : บริษัทมีแผนปรับโครงสร้างกิจการใหม่เพื่อเปิดทางให้กับพันธมิตรใหม่เข้ามาร่วมทุนเพื่อทำธุรกิจใหม่และสร้างรายได้ต่อเนื่อง (recurring income) ด้วยเหตุผลของการเติบโตต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคต โดยจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งแลกหุ้นกับ PS อัตราส่วน 1 ต่อ 1 และมีแผนนำ PS ออกจากตลาดฯ และจะนำบริษัทโฮลดิ้งเข้าจดทะเบียน คาดจะกระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นราวปลายปี 2558 ซึ่งต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 เม.ย.
คาดกำไรปี 2559 เติบโตต่อเนื่อง 5% : ฝ่ายวิจัยประมาณการรายได้ปี 2559 ที่ราว 5.2 หมื่นล้านบาทซึ่งใกล้เคียงกับเป้าของผู้บริหาร ปลายปี 2558 มียอดขายรอโอน (backlog) 1.53 หมื่นล้านบาทที่จะโอนในปีนี้ บนสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ราว 34% ใกล้เคียงกับปี 2558 คาดกำไรสุทธิจะเติบโตราว 5% เป็น 8 พันล้านบาท ทั้งนี้ แนวโน้มกำไรยังเติบโตต่อเนื่องใน 1Q59 เนื่องจากมาตรการลดภาษีกระตุ้นภาคอสังหาฯจะสิ้นสุดในปลายเดือนเม.ย. 2559

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 36 บาทสำหรับปี 2559 : PS เป็นผู้นำตลาดบ้านระดับกลาง-ล่างซึ่งมีรอบธุรกิจสั้นโดยมีวันจองถึงวันโอนต่ำเพียง 79 วันลดลงจาก 87 วันในปี 2557 และตั้งเป้าลดเหลือ 75 วันในปีนี้ ทั้งนี้โครงการที่ดำเนินในปัจจุบันเป็นโครงการแนวราบในสัดส่วนสูงถึง 76% จึงสามารถโอนและรับรู้รายได้เร็ว ราคาเหมาะสมซึ่งคำนวณด้วยวิธี Prospect PER ที่ระดับ 10 เท่าอยู่ที่ 36 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุดซึ่งซื้อขายที่ PER ต่ำเพียง 6.7 เท่าสำหรับปี 2559 ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลจากเดิม 30% เป็น 50% ส่งผลให้ yield พุ่งขึ้นเป็น 7% มีความน่าสนใจ