กำไรหลักไตรมาส 4/58 ทำสถิติสูงสุดใหม่ตามคาด: บวกกับบันทึกกำไรพิเศษก้อนใหญ่จากการเข้าซื้อกิจการ
กำไรสุทธิสูงกว่าคาด แต่กำไรหลักตามคาด
MINT รายงานกำไรหลักรายไตรมาสทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4/58 ที่ 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 111% QoQ เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด หากรวมกำไรพิเศษสุทธิ 1.6 พันล้านบาท (กำไรจากการบันทึกมูลค่าตลาดจากการลงทุนในเดอะคอฟฟี่คลับ 1.7 พันล้านบาท และการบันทึกลดลงของกำไรจากการเข้าซื้อกิจการ Oaks Elan Darwin 49 ล้านบาท) กำไรสุทธิอยู่ที่ 3.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 111% YoY และ 271% QoQ และสูงกว่าทุกการคาดการณ์
โดย MINT ประกาศปันผลต่อหุ้นที่ 0.35 บาท จากผลการดำเนินงานในปี 2558 ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 8 เม.ย. และจ่ายปันผลในวันที่ 28 เม.ย.
ประเด็นการลงทุน
กำไรหลักที่น่าประทับใจหนุนจากธุรกิจโรงแรม, อาหารและอสังหาฯ บริษัทรายงานรายได้รายไตรมาสทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 12.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% YoY และ 27% QoQ ซึ่งมากเกินพอชดเขยอัตรากำไรหลักที่บางลง YoY 1.5% แต่อัตรากำไรหลักเพิ่มขึ้น 5.7% QoQ เนื่องจากอัตรากำไรหลักลดลง YoY สำหรับธุรกิจโรงแรมและยอดขายในโครงการที่อยู่อาศัย สำหรับธุรกิจอาหารนั้นยอดขายของสาขาเดิมในไตรมาส 4/58 เติบโต 0.3% YoY และยอดขายรวมเติบโต 7.8% YoY รายได้จากธุรกิจโรงแรมขยายตัว 26% YoY และ 21% QoQ ที่ 4.6 พันล้านบาท จากจำนวนห้องที่เพิ่มขึ้น โดยรายได้ต่อห้องเฉลี่ยลดลง 2% YoY (อัตราการเข้าพักลดลง 1% ที่ 69% ด้วอัตราค่าห้องที่ทรงตัว) อย่างไรก็ตาม รายได้ต่อห้องเฉลี่ยของโรงแรมของบริษัทเองเพิ่มขึ้น 6% YoY ยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยปรับตัวดีขึ้น 82% YoY และ 56% QoQ ที่ 1.4 พันล้านบาท (ยอดขายที่อยู่อาศัยในโครงการ The Residences by Anantara at Layan 73% และธุรกิจปันส่วนเวลา 27%) อัราส่วนหนี้สินที่มีภาระต่อทุนสุทธิทรงตัว QoQ ที่ 1.3 เท่า ณ สิ้นปี 2558
แนวโน้ม
MINT น่าจะสามารถรายงานกำไรเติบโต YoY และ QoQ ในไตรมาส 1/59 จากกำไรที่มากขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ (เดอะคอฟฟี่คลับและทิโวลี่) ยอดขายอาหารรวมทุกสาขาคาดเติบอย่างน้อย 10% YoY ในขณะที่ ยอดขายของสาขาเดิมเติบโตในระดับตัวเลขหลักเดียวต่ำๆ ทั้งนี้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยในดือนม.ค. 2559 พลิกกลับจากลดลง 2% YoY ในไตรมาส 4/58 เป็นเติบโตประมาณ 5% YoY (หนุนจากทั้งอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักที่สูงขึ้น) แต่อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิคาดแต่จุดสูงสุดที่ 1.5 เท่า ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2559 เนื่องจากการเข้าซื้อทิโวลี่ แต่ไม่มีควาเมสี่ยงในการเพิ่มทุน โดยเรามองว่าในช่วงม.ค.-ก.ย. ซึ่งเป็นช่วง โลว์ซีซั่น คาดบริษัทรางานกำไรในช่วงโลว์ซีซั่นดีที่สุดในประวัติศาสตร์ใช่วงไตรมาส 2/59-3/59
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการการเติบโตของกำไรหลักที่ 17% ในปี 2559 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตของกำไรหลักที่สูงกว่ากลุ่มและสูงกว่าหุ้นที่ BLS ให้คำแนะนำอยู่ โดยการเข้าซื้อทิโวลี่ในวันที่ 1ก.พ. 2559 จะช่วยเพิ่มมูลค่ากิจการของ MINT ให้สูงขึ้น เนื่องจากทิโวลี่เป็นธุรกิจโรงแรมที่มีกำไรแข็งแกร่ง
คำแนะนำ
แม้ว่าราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นแล้ว 10% หลังจากเข้าซื้อทิโวลี่ เราแนะนำนักลงทุนปล่อยให้หุ้นทำกำไรต่อไป ก่อนที่จะมีการแถลงแผนธุรกิจจาก CEO ของบริษัทคุณ William Heinecke วันที่ 26 ก.พ. ซึ่งเป็นวันประชุมนักวิเคราะห์และนักลงทุน โดย MINT ยังคงเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบใกที่สุดในกลุ่ม จากการเติบโตของกำไรหลักเป็นอันดับหนึ่งในปี 2559 และการเติบโตที่คาดว่าดีกว่า SET การปรับคำระดับมูลค่าหุ้นให้สูงขึ้นนั้นมีความเป็นไปได้มากจากปัจจุบัน PEG ปี 2559 อยู่ที่ 1.6 เท่า ต่ำกว่า CENTEL ที่ 1.9 เท่า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ที่ 40 บาท ต่ำกว่ามูลค่าคิดลดกระแสเงินสดที่ 5% (WACC 8.0%, terminal growth rate= 2.0%)






