วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธนารักษ์' เว้นค่าเช่าราชพัสดุผู้ประสบภัยแล้ง

"กรมธนารักษ์" ยกเว้นเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุแก่ผู้ที่ประสบภัยแล้งและผู้มีฐานะยากจน เป็นเวลา 1 ปี เล็งปรับค่าเช่าใหม่บางพื้นที่

นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อประกอบการเกษตรในพื้นที่ทั่วประเทศที่ประสบปัญหาภัยแล้งและมีฐานะยากจน โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีประสบปัญหาภัยแล้ง ไม่สามารถประกอบการเกษตร หรือ พืชผลได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ประกาศภัยพิบัติแล้ว ยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่าเป็นเวลา 1 ปี และกรณีที่ผู้เช่าได้ชำระค่าเช่าไปแล้ว ให้นำค่าเช่าดังกล่าวเป็นค่าเช่าในปีถัดไป ขณะที่กรณีที่มีฐานะยากจน ให้ยกเว้นเรียกเก็บค่าเช่าปี 2559 เป็นเวลา 1 ปี ทั่วประเทศ และหากเดือดร้อนมีการค้างชำระค่าเช่าให้จังหวัดพิจารณายกเว้นเรียกเก็บค่าเช่าที่ค้างชำระเช่นกัน ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้กรมธนารักษ์สูญเสียจากรายได้ค่าเช่าประมาณ 100 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบผู้มีฐานะยากจนว่ามีจำนวนเท่าไหร โดยจะประสานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เพื่อกำหนดคุณสมบัติของผู้เช่าที่ราชพัสดุที่มีฐานะยากจนที่ได้จะรับการช่วยเหลือ โดยขณะนี้มีการประกาศพื้นที่เป็นเขตภัยแล้ง จำนวน 9 จังหวัด 31 อำเภอ ได้แก่ พิษณุโลก เชียงราย มหาสารคาม สระแก้ว นครราชสีมา นครพนม อุตรดิตถ์ พะเยา และเชียงใหม่

ขณะเดียวกัน ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจสัญญาเช่าที่ค้างอยู่ทั้งหมด คาดว่าจะเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาปรับขึ้นอัตราค่าเช่าใหม่ให้เป็นไปตามราคาตลาด เนื่องจากราคาเดิมในหลายพื้นที่ เช่น สมุทรปราการ ต่ำกว่าราคาตลาดมาก จากปัจจุบันค่าเช่าเดิมแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ 0.25 บาท – ถึง 1.50 บาท ต่อตารางวา และเชิงพาณิชย์ สูงสุดอยู่ที่ 2.50 บาท ต่อตารางวา โดยจะอ้างอิงกราคาที่ดินใหม่ ซึ่งผู้เช่ารายใหม่จะต้องใช้อัตราค่าเช่าใหม่ และจะต้องมีการทำสัญญาเช่าที่เป็นมาตรฐาน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจตัดสิน และให้ดำเนินการใช้ประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ส่วนผู้เช่ารายเดิมจะเป็นไปตามสัญญาเดิมจนกว่าจะหมดอายุสัญญา

”มีผู้เช่าที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ประมาณ 100,000 ราย และมีบางส่วนที่ติดค้างค่าเช่ามาเป็นระยเวลานาน คิดเป็นมูลค่าหลาย10 ล้านบาท ซึ่งกรมธนารักษ์จะเน้นการให้เช่าเชิงพาณิชย์มากขึ้น“ นายจักรกฤศฎิ์ กล่าว

สำหรับรายได้จากการค่าเช่าที่ราชพัสดุ มีประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากเอกชน 1,000 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจ 3,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่าเช่าที่อยู่อาศัย และ ค่าเช่าพื้นที่เกษตร ซึ่งหากแผนขึ้นค่าเช่าและพัฒนาพื้นที่ใหม่สำเร็จภายใน 5 ปี จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 10,000 ล้านบาท