"บ้านปู" พลิกขาดทุน 1.5 พันลบ. จากปีก่อนกำไร 2.6 พันลบ. ชี้เป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบ 15 ปี หลังปริมาณและราคาขายถ่านหินร่วง
นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)หรือ BANPU กล่าวว่า งวดปี 58 บริษัทพลิกมีผลขาดทุนสุทธิ 1,534 ล้านบาท เทียบจากกำไรสุทธิ 2,695 ล้านบาทในปี 57 หรือ ลดลง 152% โดยบริษัทมีรายได้จากการขายรวม 84,650 ล้านบาท ลดลง 21% จากงวดเดียวกันของปี 57 เป็นผลมาจากปริมาณการขายที่มีจำนวน 41.5 ล้านตัน ลดลง 3.3 ล้านตันหรือ 7% จากงวดเดียวกันของปี 57
รวมถึงราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยในปี 58 อยู่ที่ 55.53 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 15% เทียบกับราคาขายเฉลี่ยในปี 57 อยู่ที่ 65.36 เหรียญสหรัฐต่อตัน
ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมจำนวน 804 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 203 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 20% ของอัตราส่วนการทำกำไรขั้นต้นต่อยอดขายรวม สำหรับปี 58 คิดเป็น 32% โดยธุรกิจถ่านหินมีอัตรากำไรขั้นต้น 32% ธุรกิจไฟฟ้ามีอัตรากำไรขั้นต้น 38% เทียบจากปี 57
ทั้งนี้ ผลประกอบการปี 58 สะท้อนให้เห็นว่าสภาวะตลาดถ่านหินไม่เอื้ออำนวย แต่บริษัทปรับตัวด้วยการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ขณะเดียวกันธุรกิจไฟฟ้าสามารถสร้างกำไรมั่นคงต่อเนื่อง ช่วยให้เกิดความสมดุลของกำไรจากทั้ง 2 หน่วยธุรกิจหลัก กำไรจากธุรกิจไฟฟ้านี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นภายหลังจากโรงไฟฟ้าหงสาเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มกำไรการผลิตในเดือนมี.ค. 59 ซึ่งจะทำให้ส่วนแบ่งกำไรปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมีมติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานประจำปี 58 ในอัตราหุ้นละ 1 บาท โดยจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว 0.50 บาท ดังนั้นคงเหลือจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 0.50 บาท โดยเสนอให้จ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสม ขึ้นXD วันที่ 25 เม.ย. 59 กำหนดปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 28 เม.ย. 59 และจ่ายปันผลในวันที่ 13 พ.ค. 59
ทั้งนี้ ผลขาดทุนดังกล่าวของ BANPU นับเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี หรือจากปี 2543 ที่มีผลขาดทุน 814 ล้านบาท








