วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรรพสามิตชี้ภาษีรถยนต์ ส่อเค้าชะลอตัว

"สรรพสามิต"เกาะติดยอดขายรถยนต์ หลังเดือนก.พ.ส่อเค้าชะลอตัวจากภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าช่วงที่ผ่านมา

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตกำลังประเมินภาพรวมการจัดเก็บรายได้จากภาษีรถยนต์ว่า จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่อย่างไร เพราะช่วงเดือนก.พ.นี้ ยอดการจัดเก็บได้ มีแนวโน้มชะลอตัวจากเดือนช่วงปลายปีและเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยจะดูต่อเนื่องไปถึงต้นไตรมาสที่สองของปีงบประมาณว่า จะชะลอตัวต่อเนื่องหรือไม่

ทั้งนี้ เมื่อรวมการจัดเก็บรายได้จากภาษีรถยนต์ช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณพบว่า มียอดจัดเก็บรายได้ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 2.8 พันล้านบาท หรือ 11.7% ผลจากการเร่งซื้อรถยนต์ก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในวันที่ 1 ม.ค.2559

"โดยปกติแล้วในช่วงเดือนม.ค.ของทุกปีนั้น ยอดการซื้อรถยนต์มักจะเพิ่มขึ้น โดยเป็นยอดการจองซื้อมาตั้งแต่ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ดังนั้น ในช่วงเดือนก.พ.ยอดการซื้อรถยนต์ก็อาจจะลดลง แต่กรมฯก็ยังต้องติดตามว่า แนวโน้มการชะลอตัวจะต่อเนื่องหรือไม่ เพราะการปรับใช้แนวทางการจัดเก็บภาษีตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์เริ่มมีผลตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา"

อย่างไรก็ดี เท่าที่หารือกับผู้ประกอบการรถยนต์พบว่า ผู้ประกอบการยังคงเป้าหมายการผลิตไว้เช่นเดิม โดยยอดผลิตเพื่อขายในประเทศอยู่ที่ 8 แสนคัน ส่วนยอดผลิตเพื่อส่งออกจะอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน

สำหรับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในปีงบประมาณ 2559นั้น กรมสรรพสามิตได้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 4.96 แสนล้านบาท ซึ่งจากภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ที่น่าจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่า การบริโภคน่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ดังนั้นมีความเป็นได้ ในปีงบประมาณดังกล่าว กรมสรรพสามิตจะสามารถเก็บภาษีได้สูงถึง 5 แสนล้านบาท โดยที่ยังไม่นับรวมรายได้จากการปรับเพิ่มภาษีบุหรี่ ที่เพิ่งประกาศปรับเพิ่มล่าสุด อีกหมื่นกว่าล้านบาทในปีงบประมาณนี้

ส่วนปีงบประมาณ 2560 กรมสรรพสามิตได้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 5.25 แสนล้านบาท ซึ่งแนวโน้มของการจัดเก็บรายได้ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยใน 5-10 ปี รายได้ของกรมน่าจะขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 8 แสนล้านบาท

สำหรับในปีงบประมาณ 2558 ที่เพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อ สิ้นเดือนก.ย.ปีที่แล้ว กรมสรรพสามิต จัดเก็บรายได้ ได้รวม 4.39 แสนล้านบาท สูงกว่าปีงบประมาณ 2557 ที่ 14.73% 

ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2559 (ต.ค.-ธ.ค.) กรมสรรพสามิต จัดเก็บรายได้ ได้รวม 1.27 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 3 พันล้านบาท หรือ 2.5 % และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จัดเก็บได้สูงกว่าปีที่แล้ว 2.49 หมื่นล้านบาท หรือ 24.4%  โดยสินค้าที่ทำรายได้สูงสุด จากทั้งหมด 17 รายการที่เก็บจัดเก็บภาษี คือ น้ำมัน รถยนต์ เบียร์ ยาสูบ และสุรา ตามลำดับ

การเก็บภาษีเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อสุขภาพของประชาชน ยังเป็นความสำคัญของกรมสรรพสามิตในการศึกษาเพื่อจัดเก็บ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาที่จะเพิ่มรายการสินค้า ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต จำเป็นต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อราคาสินค้าที่ผู้บริโภค ต้องแบกรับภาระด้วย 

"วิธีการจัดเก็บภาษีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น กรมสรรพสามิตได้ศึกษาแนวคิดในต่างประเทศว่าจัดเก็บอย่างไร ซึ่งหลายประเทศใช้วิธีการจัดเก็บแหล่งผลิต เช่น การเก็บภาษีแบตเตอรี่ และบรรจุภัณฑ์ ก็เก็บจากโรงงานผลิตโดยตรง"