เน้นเพิ่มฐานลูกค้า…
ประเด็นการลงทุน
เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานที่ผ่านมา ผู้บริหารตั้งเป้าสินเชื่อปี 2559 เติบโต 10% และเน้นเพิ่มปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC อีก 15% อย่างไรก็ตามกำไรเติบโตเพียงเล็กน้อยสำหรับปี 2559 เนื่องจาก OPEX ที่สูงขึ้น จากแคมเปญการตลาดเพื่อหนุนฐานสินเชื่อให้สูงขึ้น โดยสรุป เราเชื่อว่า ประมาณการกำไรปี 2559 ของเราสอดคล้องกับที่บริษัท นอกจากนี้ ยังมีอัพไซด์จากการปรับลดค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญฯลงในปี 2559 เนื่องจากอัตราส่วนการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญที่ค่อนข้างสูงที่ 400% ปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 5.9 เท่า ต่ำกว่าเงื่อนไขทางการเงินของบริษัทที่ไม่เกิน 10 เท่าและจะหนุนให้บริษัทสามารถขยายกิจการไปได้อีก 1-2 ปีโดยไม่มีการเพิ่มทุน จากแนวโน้มการเติบโตที่สดใสและการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ค่อนข้างดี เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 10% สำหรับทั้งปี
จากรายงานการเติบโตของสินเชื่อปี 2558 ที่ 10.3% YoY ผู้บริหารคาดว่า สินเชื่อเติบโต 10% ปี 2559 สินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 15% (เทียบกับการเติบโตในปี 2558 ที่ 11.6%) และและเครดิตคาร์ดคาดโต10% (เทียบกับการเติบโต 10.15% ในปี 2558) ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 15% YoY หลังการเติบโต 12.3% ในปีที่ผ่านมา เรามองเชิงอนุรักษ์นิยมว่า สินเชื่อจะเติบโต 10% ปี 2559 (เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทที่ 10%)
กำไรปี 2559 เติบโตลดลงจากการเพิ่มขึ้นของ OPEX
ผู้บริหารกล่าว่า OPEX สำหรับปี 2559 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2558 จากค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดที่เพิ่มขึ้น (เพื่อกระตุ้นการเติบโตของสินเชื่อและการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต) และต้นทุนที่สูงขึ้นจากการจ้างหน่วยงานภายนอกในการเรียกเก็บหนี้ โดยตั้งเป้างบค่าใช้จ่ายการตลาดที่ 1.2-1.3 พันล้านบาทในปี 2559 เพิ่มขึ้น 25% จากปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทยังจ้าง Win Performance เพื่อทำการเรียกเก็บหนี้ ซึ่งจะทำให้อัตราหนี้สูญรับคืน (Bad debt recovery rate)มีสถิติเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 30% รวมถึงตั้งสำรองฯต่ำลงด้วย ทั้งนี้ ปี 2558 หนี้สูญรับคืนเพิ่มจากปีก่อน 15% เป็น 2 พันล้านบาท เราคาดบริษัทจะสามารถรักษารดับการฟื้นตัวดังกล่าวที่ 2 พันล้านบาทได้เช่นเดียวกันในปีนี้ เราคาดอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้อยู่ที่ 51% ในปีนี้และ 53% ในปี 2560
…ลดสำรองฯได้อีก จากอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงถึง 400%
ผู้บริหารของ KTC มองว่า อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในปัจจุบันที่ 400% นั้นค่อนข้างสูง ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถสามารปรับลดการตั้งสำรองฯลงในปี 2559 ลงได้อีก ทั้งนี้ บริษัทยังไม่มีแนวโน้มจะใช้นโยบายดึงสำรองหนี้สูญฯส่วนเกินเป็นรายได้ในปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง เราเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวและมองว่ายังมีอัพไซด่อกำไรของบริษัท หาก KTC ปรับลดการตั้งสำรองปี 2559 ลงมากกว่าที่คาด เราคาดบริษ้ทตั้งสำรองปี 2559 อยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 18% YoY) ในปี 2559






