แนะนำเปลี่ยนมาลงทุน BJC
ประเด็นการลงทุน
เรามองว่า BIGC ไม่น่าลงทุน เนื่องจากมีอัพไซด์เพียง 2% จากราคาเสนอซื้อหลักทรัพย์ ในขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ในระดับ PER ปี 2559 ที่ 27.5 เท่า สูงกว่าของ BJC ที่ 22.9 เท่า นอกจากนี้ผลประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับจากการเข้าเป็นบริษัทในกลุ่ม TCC นั้นมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับ BJC ที่จะได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากการเข้าซื้อ BIGC เราแนะนำเปลี่ยนมาลงทุนใน BJC
ผลประกอบการดีขึ้นแต่ยังคงอ่อนแออยู่
ผู้บริหารกล่าวว่าการบริโภคในต่างจังหวัดเริ่มจะทรงตัว โดยยอดขายสาขาเดิมกลับมาขยายตัวได้ 0.8% ในเดือนม.ค. จาก -4.8% ในไตรมาส 4/58 ซึ่งบริษัทคาดยอดขายสาขาเดิมจะเติบโตราว 0-1% ในปีนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังน่าเป็นห่วงเนื่องจากการแข่งขันสูงยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในขณะที่ยอดขายสินค้าที่ไม่ใช่อาหารที่มีอัตรากำไรสูงสุดยังคงซบเซา อย่างไรก็ตาม BIGC ตั้งเป้า EBITDA มาร์จิ้น จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับปี 2557 ที่ 11.4% (เมื่อเทียบกับ 10.8% ในปี 2558) จากประสิทธิภาพที่สูงขึ้น
รายได้ค่าเช่ายังคงเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโต
BIGC ตั้งเป้าขยายสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตเพิ่ม 6 สาขา BigC Market 3 สาขา และ Mini BigC 75 สาขาในปีนี้ เมื่อเทียบกับการเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ต 2 สาขา BigC Market 18 สาขา และ Mini BigC 67 สาขาในปีที่แล้ว โดยการขยายสาขาดังกล่าวอาจแลดูเร่งตัวมากขึ้น แต่พื้นที่ขายเพิ่มขึ้นเพียง 2.6% ในปี 2559 เมื่อเทียบกับ 2.2% ในปี 2558 เนื่องจากไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาใหม่นั้นเป็นรูปแบบขนาดเล็กซึ่งมีพื้นที่ขายเพียง 4,000-5,000 ตารางเมตรต่อสาขา อย่างไรก็ตามพื้นที่เช่ามีแนวโน้มเติบโตเร็วกว่า ซึ่งนอกจากจะมีสาขาใหม่เพิ่มขึ้นมาแล้ว บริษัทยังมีการขยายพื้นที่เช่าในสาขาเดิมรวมทั้งปรับพื้นที่ขายบางส่วนมาเป็นพื้นที่เช่า เราคาดว่าพื้นที่เช่าจะขยายตัว 11% ในปี 2559
เลื่อนการขายเข้ากอง REIT
เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ แผนการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT จึงถูกเลื่อนไปก่อน อย่างไรก็ตามแผนการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT อาจนำกลับมาพิจารณาใหม่หาก BJC ต้องการทำงบดุลให้แข็งแกร่งขึ้นและลดผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นจากการเพิ่มทุน
BIGC ได้รับผลประโยชน์จากการเข้าซื้อน้อย; BJC ได้รับผลประโยชน์สูงสุด
ผู้บริหารกล่าวผลประโยชน์ร่วมจากการควบรวมกิจการกับ BJC จะมาในด้านของโลจิสติกส์ การผลิตสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ และที่ดิน โดย TCC อาจช่วยให้ BIGC ขยายกิจการง่ายขึ้นเนื่องจาก TCC ถือว่าเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของเราผลประโยชน์ต่อ BIGC จะมีไม่มากนัก ในขณะที่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ที่ BJC เนื่องจาก 1) BIGC จะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่มีทรงพลังของ BJC 2) BJC จะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่ป้อนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ให้ BIGC ทั้งนี้ยอดขายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มีสัดส่วน 7% ของยอดขายรวม 3) BJC จะสามารถเข้าถึงข้อมูลการตลาดที่รวมถึง พฤติกรรมและลักษณะความต้องการของลูกค้ารวมถึงข้อมูลของคู่แข่งจาก BIGC






