เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งแดนบวกกรอบ 1285-1300
ตลาดไทยวันนี้มีโอกาสขยับขึ้นได้ต่อด้วยปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวได้ต่อเนื่องตั้งแต่วันศุกร์สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงน่าจะช่วยดันกลุ่มพลังงานขึ้นได้ต่อในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดไทยช่วงนี้ยังคงมีความผันผวนสูง อิงจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งแม้ว่าเริ่มเห็นสัญญาณบวกบ้างทั้งตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐและการทรงตัวของตลาดหุ้นจีนแต่ยังมีความเปราะบางค่อนข้างสูง คงคำแนะนำให้ซื้อบริเวณต่ำกว่า 1280 จุดและทยอยขายเมื่อดัชนีขึ้นเหนือ 1300 จุด
แนวรับ/แนวต้าน : 1275/1300 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานต้นน้ำและสื่อสารไปก่อน
นักลงทุนระยะสั้น : PS (34), CPF (27)
PS (34) มี Townhouse ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทพร้อมโอนในมือค่อนข้างสูง ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการโอนและยอด presales ที่แข็งแกร่งด้วย บวกกับได้เน้นบ้านเดี่ยวและ segment ที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งไม่มีความเสี่ยงสูงและยังคงได้ประโยชน์จาก demand ที่แข็งแกร่งอยู่ ซื้อใกล้ๆ 25 เป้าหมาย 34 upside 36%
CPF (27) ราคาหุ้นผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและจะกลับมาดีขึ้นในปี 59 เพราะ (1) ราคาเนื้อหมูและไก่ฟื้นตัว (2) ราคากากถั่วเหลืองซึ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง (3) ปัญหา EMS ในกุ้งคลี่คลายไปเยอะแล้วในไตรมาส 4 ที่ผ่านมาและต้นทุนธุรกิจกุ้งลดลงจากการลดขนาดโรงงานแปรรูปกุ้ง ธุรกิจนี้จึงมีแนวโน้มกลับมาเป็นกำไรปีนี้หลังจากขาดทุนไปเยอะเมื่อปีก่อน แนะนำหุ้น CPF สำหรับทั้งเล่นสั้นและถือยาว
นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- สศช. ชี้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น หั่นประมาณการ "จีดีพี" ปีนี้ลง เหลือ 2.8-3.8% เผยสาเหตุที่ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในปี 2559 ลง สะท้อนให้เห็นชัดถึงความเสี่ยงด้านลบต่อเศรษฐกิจ เพราะการที่เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อทั้งการส่งออก ราคาน้ำมัน ราคาสินค้าเกษตร ด้านนักวิเคราะห์คาดตลาดเงินผันผวนสูง จากปัญหาสถาบันการเงิน-นโยบายดอกเบี้ยติดลบ ส่อเค้าสงครามค่าเงินรุนแรง ขณะภาคเอกชนเร่งปรับตัวรับสถานการณ์ ชี้ยังไม่ถึงจุดต่ำสุด
+ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ให้นโยบายผู้บริหาร บริษัท การบินไทย ไปจัดทำแผนการลงทุน 5-10 ปี โดยกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมาการบินไทยได้วางแผนแก้ไขปัญหาเป็นช่วงๆ โดยช่วงแรกได้หยุดการขาดทุนและจะเข้าสู่การทำงานในช่วงต่อไป เพื่อผลักดันองค์กรให้เดินไปข้างหน้า จึงขอให้รักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ เนื่องจากต่อไปไทยจะเป็นเกตเวย์ที่แท้จริงของอาเซียน ประสานมือพันธมิตรเชื่อมเออีซี คลังหนุนเต็มที่ คาดมีกำไรตั้งแต่ปีนี้
+ น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย นำผู้บริหารของธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แฟรนไชส์ โลจิสติกส์ และธุรกิจบริการ ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ผ่านการพัฒนามาตรฐานตามเกณฑ์ที่กรมกำหนด จำนวน 50 ราย ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท มีรายได้ปีละไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท เข้ารับฟังแนวทางการนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 18 ก.พ.นี้ ดันเอสเอ็มอีเข้าตลาดหุ้นระดมทุน
ปัจจัยต่างประเทศ
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก, ตลาดเงินนิวยอร์ก, ตลาดน้ำมันนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ
+ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,824.28 จุด พุ่งขึ้น 116.68 จุด หรือ +2.04%
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนมีความคาดหวังว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเดินหน้าใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติม โดยเมื่อวานนี้นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB ส่งสัญญาณว่า ECB มีความพร้อมที่จะผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมในการประชุมเดือนหน้า
+ ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 1,069.97 จุด หรือ 7.16% แตะที่ระดับ 16,022.58 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 1 วันนับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.2558 เพราะได้แรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ และข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ






