วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่ง'นกแอร์'แจงเหตุยกเลิกเที่ยวบิน หลังเบี้ยวประชุม

"รมช.คมนาคม" สั่ง"สายการบินนกแอร์"แจงสาเหตุการยกเลิกเที่ยวบินภายใน3วัน หลังไม่เข้าร่วมประชุมวันนี้ ด้านบล.เคทีบีชี้สูญเสียมาร์เก็ตแชร์2%

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) ไม่ได้เข้าร่วมประชุมการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ประกอบการสายการบินที่ให้บริการในประเทศเพื่อแก้ปัญหาการยกเลิกเที่ยวบินที่เกิดขึ้นกับสายการบินนกแอร์เมื่อวานนี้ โดยวันนี้มีตัวแทนจาก 13 สายการบินเข้าร่วม จากทั้งหมด 14 สายการบิน

ทั้งนี้ ทางนกแอร์แจ้งสาเหตุที่ไม่มีตัวแทนเข้าร่วมประชุมว่าติดภารกิจการประชุมภายในบริษัท ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงสั่งให้สายการบินนกแอร์ชี้แจงสาเหตุปัญหาที่ทำให้เกิดการยกเลิกเที่ยวบินมาภายใน 3 วันทำการจากนี้ และในวันพรุ่งนี้จะรายงานเรื่องดังกล่าวให้กับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบ

"วันนี้มี 13 สายการบินเข้าร่วมหารือ จากทั้งหมด 14 สายการบินทั้งในและต่างประเทศ ยกเว้นสายการบินนกแอร์ โดยทางนกแอร์แจ้งว่ามีการประชุมภายในของบริษัท จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้" นายออมสิน กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม จะรายงานผลการประชุมการแก้ไขการบินในวันนี้ต่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และจะรายงานให้ ครม.รับทราบในวันพรุ่งนี้ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้ พร้อมกันนั้น กระทรวงคมนาคมจะแจ้งไปยังสายการบินนกแอร์ให้ชี้แจงปัญหาการยกเลิกเที่ยวบิน 9 เที่ยวเมื่อวานนี้ให้กระทรวงได้รับทราบภายใน 3 วันทำการ

"การประชุมแก้ไขปัญหาการบินวันนี้เกิดจากเมื่อวานผู้โดยสารสายการบินนกแอร์ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น.ปัญหาคือไม่ได้รับคำชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเย็นก็ยังไม่มีคำตอบ จน 3 ทุ่มมีผู้บริหารระดับสูงของนกแอร์บอกว่ามีปัญหานักบิน วันนี้จึงเชิญ 14 สายการบินมา ซึ่งก็มาร่วมประชุม 13 สายการบินยกเว้นนกแอร์" นายออมสิน กล่าว

หวั่น"นกแอร์"สูญเสียมาร์เก็ตแชร์-ราคาร่วงกว่า2%

ด้านนายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่าว่า ประเด็นการยกเลิกเที่ยวบิน 9 เที่ยวบินที่เกิดขึ้นกับนกแอร์ (NOK) ในระยะสั้นน่าจะมีผลกระทบค่อนข้างจำกัด เพราะมูลค่าเพียง 3 ล้านบาท แต่ระยะยาวเป็นสิ่งที่น่ากังวลมากกว่า โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือ ที่ผ่านมาผู้โดยสารจำนวนหนึ่ง มีมุมมองในแง่ลบต่อประเด็นความตรงต่อเวลาของบริษัทอยู่แล้ว

"ในระยะยาวมองว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะมากกว่าระยะสั้น และปัจจุบันการแข่งขันของสายการบินก็รุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะทำให้นกแอร์สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดไปได้ โดยเฉพาะกับเส้นทางบินในประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท ณ สิ้นปี 2558 ที่ผ่านมา นกแอร์ก็มีส่วนแบ่งทางการตลาดลดลงเหลือ 25% จากเดิม 28%"

ปัจจุบันนกแอร์พยายามหันไปมุ่งเน้นเส้นทางบินต่างประเทศมากขึ้น ผ่านการดำเนินการของนกสกู๊ต แต่ด้วยปัญหาที่ ICAO ให้สัญลักษณ์ธงแดงกับไทย ส่งผลให้ไม่สามารถบินเส้นทางเกาหลีใต้และญี่ปุ่นได้ และต้องหันไปหาเส้นทางอื่นแทน อาทิ จีน ไต้หวัน เวียดนาม แต่เส้นทางเหล่านี้แข่งขันกันด้วยราคาเป็นสำคัญ ซึ่งนกแอร์ไม่ได้มีความได้เปรียบด้านนี้มากนัก ขณะนี้เครือข่ายสายการบินยังไม่แข็งแรง

"ปัจจุบันนกแอร์รับส่วนแบ่งขาดทุนจากนกสกู๊ต 150-200 ล้านบาทต่อปี หากยังไม่สามารถปลดล็อกปัญหา ICAO ได้ เชื่อว่านกสกู๊ตยังคงมีผลขาดทุนต่อไป ขณะที่ในรายได้ต่อหัวต่อกิโลเมตรของบริษัทในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ที่ผ่านมา ลดลงราว 9-10% ขณะที่คู่แข่งอย่าง แอร์เอเชีย (AAV) และบางกอกแอร์เวย์ (BA) ยังเพิ่มขึ้นได้ 2-5% แต่เชื่อว่าผลขาดทุนปีนี้ ลดลงจากปี 2558 เพราะต้นทุนน้ำมันที่ลดลงมากกว่า แต่ยังคงเป็นผลขาดทุนอยู่"

บล.เคจีไอ กล่าวว่า ข่าวดังกล่าวเป็นลบต่อนกแอร์ เพราะทำให้ลูกค้าสูญเสียความเชื่อมั่น ที่มีต่อการใช้บริการบริษัท ดังนั้น ผู้บริหารต้องเร่งดำเนินการกอบกู้สถานการณ์ให้เป็นปกติโดยเร็ว หากไม่ประสบผลสำเร็จ คาดบริษัทจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในแง่จำนวนผู้โดยสารในอนาคต โดย ณ สิ้นปี 2558 พบว่านกแอร์ มีส่วนแบ่งตลาดเป็นลำดับ 2 รองจากแอร์เอเชีย ซึ่งเรายังมีมุมมองที่ไม่ดีนักต่อบริษัทในขณะนี้ จึงมองว่า ท่าอากาศยานไทย (AOT) และบางกอกแอร์เวย์ (BA) เป็นตัวเลือกการลงทุนสำหรับกลุ่มขนส่งทางอากาศ

สำหรับการเคลื่อนไหวราคาหุ้นนกแอร์ วานนี้ (15 ก.พ.) หลังจากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ปิดที่ 7.05 บาท ลดลง 0.15 บาท หรือ 2.08% ระหว่างวันลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 6.80 บาท ซึ่งเป็นราคาเปิด และขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 7.10 บาท มีมูลค่าการซื้อขาย 32.97 ล้านบาท