PTT PUBLIC COMPANY LIMITED (PTT)

PTT PUBLIC COMPANY LIMITED (PTT)

ราคาปิด 242 บาท , “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 307 บาท

คาดไตรมาส 4 พลิกมีกำไรแม้มีการบันทึกด้อยค่า

คาด 4Q58 กำไรเติบโต 108%QoQ และ 105%YoYปรับกำไรปี 59 ลง 8% ตามราคาน้ำมันและโอเลฟินส์ลดลงปรับกำไรปี 58 ลง 31% สู่ 21,982 ล้านบาทคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 307 บาท

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :  

คาด 4Q58 กำไรเติบโต 108%QoQ และ 105%YoY : ฝ่ายวิจัยคาด PTT จะรายงานกำไรสุทธิในช่วง 4Q58 ราว 2,181 ล้านบาท แม้มีการบันทึกด้อยค่าในสินทรัพย์จากธุรกิจถ่านหิน 1.58 หมื่นล้านบาทหลังราคาถ่านปรับตัวลงราว 37% จากวันที่เริ่มลงทุนสู่ระดับราคา 50 ดอลลาร์ต่อตัว ขณะที่ธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับก๊าซธรรมชาติปริมาณขายรวมปรับตัวลงราว 3%QoQ เนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 4  ธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 7%QoQ เพราะไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซฯ ที่ 5 แต่กำไรถูกกดดันจากราคา HDPE ที่ปรับตัวลงราว 7%QoQ สุดท้ายธุรกิจสถานีจำหน่ายน้ำมันมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นราว 6% จากไตรมาสก่อนเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้ผู้บริโภคเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น  

ปรับประมาณการกำไรปี 59 ลง 8% จากราคาน้ำมันและราคาโอเลฟินส์ปรับตัวลง : ราคาน้ำมันดิบลดลงสร้างจุดต่ำใหม่ในรอบ 11 ปีจากความกังวลอุปทานใหม่จากอิหร่าน ซึ่งส่งผลต่อผลประกอบการปี 59 ของ PTTEP (PTT ถือหุ้น 65.29%) ให้ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะเหลือเพียง 5,886 ล้านบาท(จากกำไรปกติปีละ 5 หมื่นล้านบาท) ทำให้กำไรสุทธิของ PTT ที่รับรู้จาก PTTEP เหลือกำไรสุทธิเพียง 3,843 ล้านบาท  นอกจากนี้กำไรของ PTT ยังถูกกดดันจากธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่กำไรมีแนวโน้มลดลงตามราคาขายผลิตภัณฑ์ HDPE ที่ปรับตัวลงกว่า 21% ในปี 58 ตามราคาน้ำมันดิบ  ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรปี 59 ลดลง 8% จาก 72,590 ล้านบาทสู่ 66,590 ล้านบาทเพื่อให้สะท้อนราคาน้ำมันและผลการดำเนินงานที่ลดลงของ PTTEP และธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 307 บาท : ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดกำไรปี 58 ลงสู่ระดับ 21,982 ล้านบาทลดลง 31% เนื่องจากกำไรไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่เราคาดไว้จากกำไรธุรกิจก๊าซธรรมชาติที่อ่อนตัว และการบันทึกด้อยค่าในเหมืองถ่านหินราว 1.58 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรปี 59 จะกลับมาเติบโต 203% สู่ 66,590 ล้านบาทเนื่องจากราคาน้ำมันและราคาโอเลฟินส์เริ่มทรงตัวอีกทั้งคาดว่าจะไม่มีการบันทึกด้อยค่าในสินทรัพย์เพิ่มเติม  ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าด้วยวิธี PBV Ratio ที่ Prospective  PBV 1.2 เท่าซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีได้ราคาเหมาะสม 307 บาทซึ่งยังคงสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”