วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BEAUTY - ซื้อ

สวยไม่หยุด

ประเด็นการลงทุน

2 คำถามที่มักจะได้ยินเกี่ยวกับ BEAUTY คือ 1) ทำไมบริษัทยังสามารถรายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ในขณะที่บริษัทอื่นไม่สามารถทำได้ 2) บริษัทจะสามารถรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งแบบนี้ได้หรือไม่ หลังจากที่เราได้ทำการวิเคราะห์บริษัท เราเชื่อว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นเหมือนเพียงแค่ภาคแรกของมหากาพย์การเติบโตของบริษัทเท่านั้น ภาคที่สอง (การขยายฐานลูกค้า) และภาคที่สาม (การขยายไปต่างประเทศ) ดูเหมือนว่าน่าจะมีความตื่นเต้นมากกว่าภาคแรกด้วยซ้ำ ดังนั้นเราจึงยืนยันคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 ที่ 6.1 บาท

เบื้องหลังการเติบโต

มูลค่าการซื้อต่อครั้งที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ BEAUTY ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าการซื้อต่อครั้งเพิ่มขึ้นจากเพียง 290 บาท ในปี 2555 เป็น 716 บาทในปี 2558 หรือเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ย 35% ต่อปี หนุนโดยสินค้าที่มีคุณภาพดีและราคาที่สมเหตุสมผล ในขณะที่งานบริหารลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งเริ่มในครึ่งหลังของปี 2557 ยิ่งทำให้มูลค่าการซื้อต่อครั้งเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าเดิม โดยจำนวนสามาชิกเพิ่มขึ้นจากเพียง 1.2 ล้านคน ณ สิ้นปี 2556 เป็น 1.6 ล้านคน ณ สิ้นปี 2558 ในขณะที่มูลค่าการซื้อต่อครั้งเฉลี่ยของสมาชิกเพิ่มจาก 480 บาทในปี 2556 เป็น 850 บาทในปี 2558 ทำให้สัดส่วนรายได้จากลูกค้าที่เป็นสมาชิกเพิ่มจาก 29% ในปี 2556 เป็น 60% ในปี 2558 ทั้งนี้ก่อนที่จะมีการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ มูลค่าการซื้อของลูกค้าที่เป็นสมาชิกและลูกค้าที่ไม่ใช่สมาชิกนั้นอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน

อีกหนึ่งเหตุผลที่หนุนให้การเติบโตของยอดขายของสาขาเดิมเติบโต ในขณะที่ผู้ค้าปลีกรายอื่นไม่สามารถทำได้คือ ผู้บริโภคหันมาสนใจดูแลรูปร่างหน้าตามากขึ้น โดยอาจเป็นเพราะค่านิยมทางสังคมในปัจจุบัน และดูเหมือนว่า การใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความงามนั้นเป็นรายการสุดท้ายที่ผู้บริโภคระดับกลาง-สูงจะตัดออกจากรายการใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ทั้งนี้ตลาดเครื่องสำอางเติบโตเฉลี่ยที่ 18% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

การเติบโตที่แข็งแกร่งจะยั่งยืนหรือไม่

การเติบโตของมูลค่าการซื้อต่อครั้งมีแนวโน้มชะลอตังลงจากฐานที่ค่อนข้างสูง แต่เรามองว่ารายได้ของบริษัทน่าจะยังคงเติบโตแข็งแกร่งจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้นด้วยการ 1) ทำการตลาดผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดยเฉพาะผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย 2) ขยายสาขาทั้งในไทยและกลุ่มประเทศ CLMV 3) เซ็นต์ สัญญากับร้านเครื่องสำอางชั้นนำนอกกลุ่มประเทศ CLMV เพื่อเปิด shop-in-shop (ปัจจุบันมีในฮ่องกง, ไต้หวันและอินโดนีเซีย) และ 4) เพิ่มช่องทางการจำหน่ายอย่างเช่น การขายออนไลน์และขายผ่านผู้ค้าปลีกต่างๆ (ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ซูเปอร์มาเก็ตและร้านค้าสะดวกซื้อ) ดังนั้น เราคาด บริษัทน่าจะยังคงรักษาระดับการเติบโตของยอดขายที่มากกว่า 20% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า


จับตาผลประกอบการไตรมาส 4/58

เรามองว่า ไตรมาส 4/58 น่าจะเป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่แข็งแกร่งของ BEAUTY เราคาดบริษัทรายงานกำไรสุทธิ 126 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 เพิ่มขึ้น 18% YoY และ 23% QoQ ยอดขายของสาขาเดิมน่าจะขยายตัวได้สูงถึง 16% ในขณะที่รายได้คาดเติบโต 29% YoY ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรเติบโตช้ากว่ารายได้คือโบนัสพนักงานและการตั้งสำรองสำหรับการใช้สิทธิ์คะแนนสะสม